Biren ผู้พัฒนา AI accelerator สัญชาติจีน รายงานรายได้ครึ่งปีแรกของ 2026 ที่ 183.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นราว 1,998% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้เพียงราว 8.7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Nvidia และ AMD ถูกจำกัดไม่ให้ขายชิป AI ระดับสูงเข้าตลาดจีนจากมาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ
ตัวเลขที่โตขึ้นเกือบ 20 เท่าฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ก็ยังต้องดูควบคู่กับฐานรายได้ที่เล็กมากในปีก่อน ส่วนแบ่งตลาดที่ยังต่ำ และคำถามเรื่องกำไรที่แท้จริง ก่อนจะสรุปว่านี่คือจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมชิป AI จีน
Biren โตแรงเพราะตลาดเปลี่ยนขั้ว
รายได้ที่พุ่งขึ้น 1,998% สะท้อนว่าเมื่อตลาดจีนสั่งซื้อ GPU ระดับสูงจาก Nvidia และ AMD ได้ยากขึ้น ลูกค้าองค์กรและผู้ให้บริการคลาวด์ในประเทศต้องหันมาหาซัพพลายเออร์ในประเทศมากขึ้นตามไปด้วย แต่ตัวเลขนี้ยังไม่ตอบว่า Biren โตจากความต้องการใช้งานจริง หรือโตเพราะตัวเลือกจากต่างประเทศหายไปจนลูกค้าไม่มีทางเลือกอื่น
ข้อมูลจากผู้ติดตามอุตสาหกรรมชิประบุว่า Nvidia ยังครองส่วนแบ่งตลาด GPGPU ของจีนอยู่ที่ราว 97.6% ส่วน Biren แม้จะโตแรงแต่ส่วนแบ่งตลาดโดยรวมยังต่ำกว่า 3% ตัวเลขนี้ช่วยยืนยันว่าการเติบโตของ Biren ยังเป็นการแทะเล็มส่วนแบ่งเล็กๆ จากตลาดที่ Nvidia ครองอยู่ ไม่ใช่การพลิกโครงสร้างตลาดทั้งหมดในทันที
รายได้โตแรงไม่ได้แปลว่าความต้องการแข็งแรงเสมอไป ต้องแยกให้ออกระหว่างตลาดที่ขยายตัวจริง กับตลาดที่โตเพราะซัพพลายเดิมถูกตัดออกจนลูกค้าไม่มีทางเลือก

เบื้องหลังตัวเลข: กำไรขั้นต้นดีขึ้น แต่ยังขาดทุนสุทธิ
รายได้ที่โตแรงมาพร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้น (gross margin) ที่ดีขึ้นเป็น 42.7% เพิ่มขึ้น 10.8 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าบริษัทเริ่มขายได้ในราคาที่คุ้มต้นทุนการผลิตมากขึ้น
แต่ Biren ยังขาดทุนสุทธิอยู่ที่ราว 56.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐในครึ่งปีแรก แม้ตัวเลขนี้จะดีขึ้นถึง 76.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แปลว่าบริษัทยังเผาเงินอยู่ เพียงแต่เผาน้อยลงกว่าเดิมมาก การจะพลิกเป็นกำไรได้จริงยังต้องอาศัยรายได้ที่โตต่อเนื่องและการควบคุมต้นทุนการผลิตชิปที่ใช้เทคโนโลยี 2.5D chiplet ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เมื่อศูนย์ข้อมูลจีนต้องหาเครื่องยนต์ใหม่ให้ AI
ผู้ให้บริการคลาวด์จีนที่กำลังเพิ่มกำลังประมวลผลเจอปัญหามากกว่าเรื่องราคา เพราะการสั่ง GPU ระดับสูงจากสหรัฐฯ ติดข้อจำกัดด้านการส่งออกโดยตรง การพึ่งพาผู้ผลิตต่างชาติจึงทำให้แผนขยายศูนย์ข้อมูลเสี่ยงสะดุดได้ง่ายกว่าเดิม
ในสถานการณ์แบบนี้ ชิปในประเทศอย่าง Biren ไม่ได้เป็นแค่ทางเลือกสำรองอีกต่อไป แต่กลายเป็นตัวเลือกที่จำเป็นสำหรับผู้ซื้อที่ต้องการความต่อเนื่องของซัพพลาย แม้ต้องแลกกับการปรับซอฟต์แวร์และ workflow ให้เข้ากับแพลตฟอร์มใหม่
Biren อยู่ตรงไหนในสนามชิปจีน
Biren วางตัวเป็นผู้พัฒนา AI accelerator สำหรับศูนย์ข้อมูลโดยเฉพาะ ไม่ใช่ชิปสำหรับเกมหรือคอมพิวเตอร์ทั่วไป ปัจจุบันบริษัทมีชิปในตระกูล GPGPU ของตัวเอง 3 รุ่นหลักที่ผลิตและวางจำหน่ายแล้ว ได้แก่ BR106, BR110 และ BR166 ซึ่งครอบคลุมทั้งงานฝึกโมเดล งาน inference ในดาต้าเซ็นเตอร์ และงานประมวลผลระดับ edge โดยใช้สถาปัตยกรรมแบบ 2.5D chiplet ที่แยกชิปคำนวณออกเป็นสองส่วนเพื่อช่วยเรื่องผลผลิตการผลิตและประสิทธิภาพพลังงาน
ด้านซอฟต์แวร์ Biren พัฒนาแพลตฟอร์มของตัวเองชื่อ Birensupa เพื่อแข่งกับ CUDA ของ Nvidia โดยรองรับเฟรมเวิร์กยอดนิยมอย่าง PyTorch และ vLLM และรองรับการรันโมเดลภาษาจีนรายใหญ่อย่าง DeepSeek, Qwen และ GLM ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าองค์กรกล้าย้ายงานมาใช้ชิปในประเทศ บริษัทยังระบุว่าได้ติดตั้งระบบระดับพันการ์ดร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคมในจีนไปแล้วบางส่วน
| Factor | Biren | Nvidia ในตลาดจีน |
|---|---|---|
| ส่วนแบ่งตลาด GPGPU จีน | ต่ำกว่า 3% | ราว 97.6% |
| แนวโน้มรายได้ล่าสุด | โต 1,998% YoY จากฐานที่เล็กมาก | ถูกจำกัดโดยมาตรการส่งออก |
| สถานะการเงิน | gross margin 42.7% แต่ยังขาดทุนสุทธิ | ทำกำไรต่อเนื่องจากตลาดโลก |
| ระบบซอฟต์แวร์ | Birensupa รองรับ PyTorch, vLLM | CUDA ที่ครองมาตรฐานอุตสาหกรรม |
| ความเสี่ยงด้านการจัดหา | ได้แรงหนุนจากนโยบายในประเทศ | เสี่ยงจากมาตรการควบคุมการส่งออก |
ตัวเลขส่วนแบ่งตลาดแสดงให้เห็นภาพจริงชัดเจน คือ Nvidia ยังครองตลาดจีนอยู่มาก แต่ Biren กำลังไต่อันดับขึ้นมาในจังหวะที่คู่แข่งต่างชาติถูกบีบให้ถอยออก

จุดแข็งที่มาจากข้อจำกัด และจุดอ่อนที่ยังตามหลอกหลอน
ข้อจำกัดการส่งออกเปิดพื้นที่ให้ Biren รับความต้องการชิปในจีนมากขึ้น คู่แข่งต่างชาติที่ถอยออกยังช่วยเพิ่มโอกาสให้บริษัทและเทคโนโลยีภายในประเทศได้พิสูจน์ตัวเอง แต่ตัวเลขการเงินก็ยังบอกว่าบริษัทไม่ได้แข็งแรงเหมือนตัวเลขรายได้ที่โตแรงบอกไว้
ข้อดี
- +รายได้โต 1,998% พร้อม gross margin ที่ดีขึ้นเป็น 42.7%
- +มีชิปเชิงพาณิชย์ครบสามรุ่น (BR106, BR110, BR166) รองรับงานตั้งแต่ฝึกโมเดลถึง edge
- +ซอฟต์แวร์ Birensupa รองรับโมเดลจีนรายใหญ่อย่าง DeepSeek และ Qwen
ข้อเสีย
- −ยังขาดทุนสุทธิราว 56.1 ล้านดอลลาร์ในครึ่งปีแรก
- −ส่วนแบ่งตลาดโดยรวมยังต่ำกว่า 3% เทียบกับ Nvidia ที่ยังครองราว 97.6%
- −การเติบโตส่วนหนึ่งมาจากซัพพลายต่างชาติที่หายไป ไม่ใช่แค่ความต้องการใช้งานจริงล้วนๆ
รายได้โต 2,000% ยังไม่เท่ากับธุรกิจที่แข็งแรง
รายได้ที่พุ่งขึ้นเกือบ 20 เท่าอาจสะท้อนว่าฐานเดิมเล็กมากเป็นหลัก การขาดทุนสุทธิที่ยังอยู่ที่ 56.1 ล้านดอลลาร์ก็ยืนยันว่าธุรกิจยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน แม้ gross margin จะดีขึ้นชัดเจนก็ตาม
ต้นทุนที่ต้องจับตาต่อคือกำลังการผลิตชิปที่ใช้เทคโนโลยี 2.5D chiplet ค่าแรงวิศวกรพัฒนาซอฟต์แวร์ Birensupa ให้ทัดเทียม CUDA และค่าใช้จ่ายสนับสนุนลูกค้าองค์กรที่ต้องย้ายระบบจากแพลตฟอร์ม Nvidia เดิม หากบริษัทควบคุมต้นทุนเหล่านี้ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามแนวโน้ม gross margin ที่ดีขึ้น โอกาสพลิกเป็นกำไรก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นตาม
บททดสอบถัดไปไม่ใช่แค่ยอดขาย แต่คือการส่งมอบและความสามารถทำกำไร
Biren ได้แรงส่งจากข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ โดยรายได้เติบโต 1,998% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ Nvidia และ AMD ถูกจำกัดการขายชิประดับสูงในตลาดจีน เปิดทางให้ชิป AI ในประเทศอย่าง Biren เร่งส่วนแบ่งตลาดได้เร็วขึ้น
แต่บททดสอบจริงอยู่ที่การรักษาการผลิตให้ต่อเนื่อง การพลิกจากขาดทุนสุทธิ 56.1 ล้านดอลลาร์ไปสู่กำไร และการขยายส่วนแบ่งตลาดให้พ้นจากระดับต่ำกว่า 3% ในปัจจุบัน จีนจะสร้างระบบนิเวศ AI ที่พึ่งพาตนเองได้จริงหรือไม่ ยังต้องติดตามตัวเลขไตรมาสถัดไปเป็นตัวชี้วัด