Mac Studio (M5 Ultra) แรงพอจะแซง DGX Spark ในงานรันโมเดลโลคัล แต่ต้องจ่ายแพงกว่าเดิมชัดเจน
Apple เปิดตัว Mac Studio รุ่น M5 Ultra พร้อมชิปที่ออกแบบใหม่ทั้งสถาปัตยกรรม และผลทดสอบจาก Tom’s Hardware ระบุว่าเครื่องนี้เอาชนะ NVIDIA DGX Spark ในงานรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบออฟไลน์ได้จริง ด้วยปริมาณโทเค็นต่อวินาทีที่สูงกว่าเกือบ 4 เท่า
ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 5,499 ดอลลาร์ และรุ่นที่ทีมรีวิวทดสอบ (แรม 256GB, SSD 4TB) แตะ 12,299 ดอลลาร์ พร้อมคิวรอสินค้ายาว 16-18 สัปดาห์ ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อ ควรดูทั้งสเปกจริง ราคาที่ต้องจ่าย และข้อจำกัดด้านซอฟต์แวร์ให้ครบก่อน

ขุมพลังใหม่ในเปลือกเดิม: M5 Ultra เปลี่ยนอะไรไปบ้าง
ตัวเครื่อง Mac Studio ยังคงใช้ดีไซน์แบบลูกบาศก์เดิม ขนาด 19.7 x 19.7 x 9.5 เซนติเมตร น้ำหนักราว 3.6 กิโลกรัมสำหรับรุ่น M5 Ultra ด้านพอร์ตก็เหมือนรุ่นก่อน คือด้านหน้ามี Thunderbolt 5 สองพอร์ตกับช่องอ่านการ์ด SDXC ส่วนด้านหลังมี Thunderbolt 5 อีกสี่พอร์ต USB-A สองพอร์ต HDMI 2.1 พอร์ต Ethernet 10Gb และช่องหูฟัง 3.5 มม.
สิ่งที่เปลี่ยนจริงอยู่ข้างในตัวชิป M5 Ultra เป็นชิป Apple Silicon ตัวแรกที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ quad-die เชื่อมสี่ die เข้าด้วยกันผ่านเทคโนโลยี UltraFusion ให้ทำงานเป็นตัวประมวลผลเดียว สเปกสูงสุดคือ CPU 36 คอร์ (super core 12 ตัว บวก performance core 24 ตัว) GPU สูงสุด 80 คอร์ที่มี Neural Accelerator ในทุกคอร์ และ Neural Engine 32 คอร์ รองรับหน่วยความจำแบบรวมสูงสุด 512GB ที่แบนด์วิดท์ 1.2TB/s
เทียบกับ M3 Ultra ซึ่งเป็นชิป Ultra รุ่นก่อนหน้า Apple ระบุว่า M5 Ultra เร็วขึ้นราว 1.25 เท่าในงาน single-thread และ 1.3 เท่าในงาน multi-thread ด้าน GPU มีพลังประมวลผล AI สูงสุดถึง 4.5 เท่า กราฟิกเร็วขึ้นราว 40% และแบนด์วิดท์หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 50% ระบบระบายความร้อนก็อัปเกรดเป็นแผงครีบทองแดงหนาขึ้นพร้อม vapor chamber ทองแดง ทำให้เครื่องทำงานเงียบตลอดการทดสอบ แม้พัดลมจะดังขึ้นได้บ้างเมื่อโหลดหนักต่อเนื่อง

รุ่นก่อนหน้ากับ M5 Ultra ต่างกันตรงไหนบ้าง
ตารางนี้เทียบ Mac Studio รุ่น M3 Ultra ซึ่งเป็นรุ่น Ultra ก่อนหน้า กับ Mac Studio (M5 Ultra) รุ่นล่าสุด โดยอิงตัวเลขที่ Apple และ Tom’s Hardware เปิดเผยไว้
| Factor | Mac Studio (M3 Ultra) | Mac Studio (M5 Ultra) |
|---|---|---|
| สถาปัตยกรรมชิป | Dual-die UltraFusion | Quad-die UltraFusion (รุ่นแรก) |
| CPU สูงสุด | 32 คอร์ (24 performance + 8 efficiency) | 36 คอร์ (12 super + 24 performance) |
| GPU สูงสุด | 80 คอร์ | 80 คอร์ พร้อม Neural Accelerator ทุกคอร์ |
| หน่วยความจำแบบรวมสูงสุด | 512GB | 512GB |
| แบนด์วิดท์หน่วยความจำ | 819GB/s | 1.2TB/s (+50%) |
| ราคาเริ่มต้น | $3,999 | $5,499 |
| ราคารุ่นสเปกสูงสุดที่มีรีวิว | $14,099 (512GB RAM, 16TB SSD) | $12,299 (256GB RAM, 4TB SSD) |
ทำไม M5 Ultra ถึงแซง DGX Spark ในงานรันโมเดลโลคัลได้
หัวใจของผลทดสอบนี้อยู่ที่แบนด์วิดท์หน่วยความจำ เพราะความเร็วในการรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบ inference มักถูกจำกัดด้วยแบนด์วิดท์มากกว่าพลังประมวลผลดิบ M5 Ultra มีแบนด์วิดท์ 1.2TB/s ขณะที่ DGX Spark ของ NVIDIA ซึ่งใช้ชิป GB10 Grace Blackwell และแรมรวม 128GB มีแบนด์วิดท์เพียง 273GB/s
ผลคือใน Tom’s Hardware ปริมาณโทเค็นต่อวินาทีของ M5 Ultra เมื่อรันโมเดลโลคัลสูงกว่า DGX Spark เกือบ 4 เท่า และยังเอาชนะในงาน prompt processing ได้โดยตรงด้วย ฝั่ง CPU การทดสอบ Geekbench 7 ของเครื่องที่รีวิวทำคะแนนได้ 3,770 (single-core) และ 52,293 (multi-core) ซึ่งในงานทรานส์โค้ดวิดีโอ M5 Ultra เอาชนะ AMD Threadripper 9980X ไปได้ราว 8 วินาที
แต่ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แปลว่า Mac Studio ดีกว่าในทุกด้าน เพราะ DGX Spark มาพร้อมสแตก NVIDIA เต็มรูปแบบทั้ง CUDA, CUDA-X, TensorRT-LLM และ NIM microservices ถ้างานของใครต้องพึ่งเครื่องมือเหล่านี้เกินกว่า llama.cpp หรือ MLX สมการก็จะพลิกไปอีกทาง

M5 Ultra เทียบกับ DGX Spark และ Threadripper แบบเจาะจุดแข็ง-จุดอ่อน
| Factor | Mac Studio (M5 Ultra) | NVIDIA DGX Spark | AMD Threadripper 9980X |
|---|---|---|---|
| แบนด์วิดท์หน่วยความจำ | 1.2TB/s | 273GB/s | ขึ้นกับแพลตฟอร์มเมนบอร์ดและ RAM ที่เลือก |
| โทเค็นต่อวินาทีเมื่อรันโมเดลโลคัล (อ้างอิงผลทดสอบ Tom's Hardware) | สูงกว่า DGX Spark เกือบ 4 เท่า | ใช้เป็นเส้นฐานเทียบ | ไม่ได้ทดสอบงานนี้โดยตรงในรีวิว |
| ระบบนิเวศซอฟต์แวร์ AI | llama.cpp / MLX และเครื่องมือฝั่ง Apple | CUDA, TensorRT-LLM, NIM microservices เต็มสแตก | ขึ้นกับสแตกที่ผู้ใช้เลือกติดตั้งเอง |
| การอัปเกรดภายหลัง | ทำไม่ได้ ต้องเลือกสเปกตั้งแต่ซื้อ | ทำไม่ได้เช่นกัน | อัปเกรดชิ้นส่วนได้ตามมาตรฐาน PC เดสก์ท็อป |
| ราคาเริ่มต้น | $5,499 | $4,699 (ราคาหลังปรับขึ้นจาก $3,999) | ขึ้นกับการประกอบเครื่องทั้งระบบ |
โดยรวมแล้วเครื่องที่แบนด์วิดท์สูงกว่าอย่าง M5 Ultra ได้เปรียบชัดเจนในงาน inference แบบโลคัล แต่ DGX Spark ยังมีจุดแข็งด้านซอฟต์แวร์สาย NVIDIA และ Threadripper ยังตอบโจทย์คนที่อยากอัปเกรดฮาร์ดแวร์เองในระยะยาว
งานจริงที่พลังของ M5 Ultra เริ่มมีความหมาย
-
รันโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบออฟไลน์ เหมาะกับงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและไม่อยากส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์
-
สร้างหรือทดสอบโมเดลในเครื่อง ลดขั้นตอนย้ายข้อมูลไปมา และแก้ปัญหาได้ทันทีระหว่างพัฒนา
-
ตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูงพร้อมเอฟเฟกต์หลายชั้น เหมาะกับงานที่ต้องเปิดไฟล์ใหญ่และพรีวิวต่อเนื่อง
-
ทำงาน 3D จำลองข้อมูล หรือคอมไพล์โปรเจกต์ขนาดใหญ่ต่อเนื่อง จุดเด่นคือเปิดงานหนักหลายอย่างพร้อมกันได้สะดวกกว่าเครื่องทั่วไป
ทั้งหมดนี้จะคุ้มก็ต่อเมื่อเป็นงานประจำจริงๆ ถ้าใช้แค่เอกสาร เว็บ และงานทั่วไป พลังระดับนี้เกินความจำเป็นไปมาก
จุดเด่นที่ทำให้เครื่องนี้น่าใช้ และข้อจำกัดที่ต้องยอมรับ
ข้อดี
- +ปริมาณโทเค็นต่อวินาทีเมื่อรันโมเดลโลคัลสูงกว่า DGX Spark เกือบ 4 เท่า ตามผลทดสอบของ Tom's Hardware
- +แบนด์วิดท์หน่วยความจำ 1.2TB/s สูงกว่ารุ่นก่อน (M3 Ultra) ราว 50%
- +ระบบระบายความร้อนใหม่ทำงานเงียบตลอดการทดสอบ แม้โหลดหนักต่อเนื่อง
- +พอร์ตครบ ทั้ง Thunderbolt 5 หกพอร์ต, 10Gb Ethernet และช่องอ่านการ์ด SDXC
ข้อเสีย
- −ราคาสูงขึ้นจากรุ่นก่อน เริ่มต้น 5,499 ดอลลาร์ และรุ่นที่ทดสอบแตะ 12,299 ดอลลาร์
- −รุ่นสเปกสูงมีคิวรอสินค้ายาวถึง 16-18 สัปดาห์
- −อัปเกรดแรมและพื้นที่จัดเก็บภายหลังไม่ได้ ต้องเลือกสเปกตั้งแต่ซื้อ
- −งานที่ต้องพึ่งสแตก CUDA เต็มรูปแบบยังต้องพึ่งเครื่องฝั่ง NVIDIA
ราคาที่ต้องจ่ายจริง ตั้งแต่ 5,499 ถึงกว่า 12,000 ดอลลาร์
รุ่นเริ่มต้นของ Mac Studio (M5 Ultra) อยู่ที่ 5,499 ดอลลาร์ ส่วนรุ่นที่ Tom’s Hardware นำมาทดสอบ (แรม 256GB, SSD 4TB, CPU 36 คอร์, GPU 80 คอร์) ราคาขยับไปถึง 12,299 ดอลลาร์ และมีคิวรอส่งมอบยาวถึง 16-18 สัปดาห์ เทียบกับรุ่นก่อนอย่าง M3 Ultra ที่สเปกสูงสุด (แรม 512GB, SSD 16TB) เคยอยู่ที่ 14,099 ดอลลาร์
เพราะ Mac Studio อัปเกรดแรมและพื้นที่จัดเก็บภายหลังไม่ได้ การเลือกสเปกตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมาก ถ้าเลือกต่ำไปแล้วงานโตเกินสเปกเดิม ทางเดียวคือซื้อเครื่องใหม่ทั้งชุด นอกจากราคาตัวเครื่องแล้ว ยังต้องเผื่องบจอภาพ อุปกรณ์เสริม ระบบสำรองข้อมูล และซอฟต์แวร์ระดับมืออาชีพเพิ่มด้วย โดยเฉพาะงาน AI ที่ไฟล์โมเดลกินพื้นที่เร็วมาก
ถ้าย้ายมาจาก Linux หรือ Windows อาจต้องเสียเวลาปรับ workflow และหาเครื่องมือทดแทน โดยเฉพาะงานที่พึ่งพา CUDA ต้นทุนโอกาสจึงไม่ใช่แค่เงิน แต่รวมเวลาของทีมและความยืดหยุ่นในการอัปเกรดด้วย
ใครจะได้ประโยชน์จาก Mac Studio (M5 Ultra) จริงๆ
เหมาะกับ
- นักพัฒนาโมเดลที่รันงาน inference ภายในเครื่องเป็นหลัก และใช้ llama.cpp หรือ MLX อยู่แล้ว
- นักวิจัยและทีมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับข้อมูลภายในและความเป็นส่วนตัว
- ผู้สร้างคอนเทนต์มืออาชีพที่ตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูงหรือทำงาน 3D ต่อเนื่อง
ลองชั่งน้ำหนักดู
- ทีมที่ต้องตรวจสอบก่อนว่าเครื่องมือและ workflow ที่ใช้อยู่รองรับ macOS ครบหรือไม่
ข้ามได้เลย
- ผู้ที่ต้องใช้สแตก CUDA เต็มรูปแบบ เช่น TensorRT-LLM หรือ NIM — DGX Spark หรือเครื่อง NVIDIA เหมาะกว่า
- ผู้ที่ต้องการอัปเกรดฮาร์ดแวร์ภายหลัง — เลือก workstation แบบประกอบได้อย่าง Threadripper แทน
- ผู้ที่ทำงานทั่วไปและไม่ได้ใช้พลังระดับนี้ — Mac รุ่นเล็กกว่าคุ้มค่ากว่ามาก
เครื่องแรงที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบที่คุ้มที่สุด
Mac Studio (M5 Ultra) พิสูจน์แล้วว่ารันโมเดล AI ในเครื่องได้เร็วกว่า DGX Spark ในการทดสอบของ Tom’s Hardware จริง แต่ความคุ้มค่าจริงยังต้องดูราคาที่จ่าย ซอฟต์แวร์ที่ใช้ และลักษณะงานประกอบกัน ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขความเร็วอย่างเดียว
ถ้า workflow ต้องพึ่ง CUDA เต็มรูปแบบ หรืออยากอัปเกรดฮาร์ดแวร์ภายหลัง เครื่องนี้อาจไม่ตรงทางนัก ลองถามตัวเองว่าการมีโมเดลอยู่ใกล้ตัวช่วยให้งานหรือธุรกิจได้เปรียบมากพอจะคุ้มกับราคาที่ต้องจ่ายตลอดอายุการใช้งานหรือไม่ครับ