หน้าแรก / บทความ / AI & LLM
AI & LLM วิเคราะห์จากสเปค + รีวิว

วิเคราะห์และรีวิว: OpenAI กำลังเพิ่มโฆษณาใน ChatGPT มากขึ้น

วิเคราะห์ผลกระทบของการเพิ่มโฆษณาใน ChatGPT ต่อประสบการณ์ใช้งาน ความเป็นส่วนตัว และทิศทางธุรกิจของ OpenAI

วิเคราะห์และรีวิว: OpenAI กำลังเพิ่มโฆษณาใน ChatGPT มากขึ้น

OpenAI ประกาศเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2026 ว่ากำลังทดสอบโฆษณาภาพ (visual ads) รูปแบบใหม่ใน ChatGPT โดยจะเริ่มแสดงระหว่างที่ผู้ใช้รอให้ระบบสร้างรูปภาพ ไม่ใช่โผล่แทรกในคำตอบแชตทั่วไปแบบที่หลายคนเข้าใจ

ก่อนหน้านี้ OpenAI เคยเปิดโฆษณาแบบข้อความมาแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 รอบนี้จึงเป็นการขยายโฆษณาให้มีภาพประกอบที่ใหญ่ขึ้น และผูกกับพฤติกรรมการใช้งานเฉพาะจุดอย่างการสร้างภาพ

ภาพรวม: โฆษณาภาพจะเริ่มทดสอบตรงไหนก่อน

การทดสอบรอบนี้จำกัดอยู่ในสหรัฐฯ และเริ่มช่วงปลายเดือนตุลาคม 2026 กับแบรนด์กลุ่มแรกที่เข้าร่วมเท่านั้น ยังไม่ใช่การเปิดให้ทุกคนเห็นโฆษณาพร้อมกันทั่วโลก

หน้าตาโฆษณาภาพที่ปรากฏระหว่างรอ ChatGPT สร้างรูปภาพ

จุดที่ต่างจากความเข้าใจทั่วไปคือ โฆษณานี้ไม่ได้แทรกอยู่ในกล่องคำตอบของบทสนทนาปกติ แต่ผูกกับช่วงเวลาที่ระบบกำลังประมวลผลสร้างภาพให้ผู้ใช้ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ใช้ต้องรออยู่แล้ว

โฆษณาภาพต่างจากโฆษณาข้อความเดิมอย่างไร

โฆษณาข้อความที่เปิดมาตั้งแต่กุมภาพันธ์เน้นข้อความสั้นแบบลิงก์สปอนเซอร์ ส่วนโฆษณาภาพรอบใหม่ใหญ่ขึ้นชัดเจน อาจเป็นภาพขนาดเต็มความกว้างหน้าจอ หรือกลุ่มภาพขนาดย่อยหลายชิ้นเรียงกัน

ตัวอย่างพื้นที่โฆษณาภาพขนาดใหญ่แยกจากผลลัพธ์ที่ ChatGPT สร้างให้ผู้ใช้

OpenAI ยืนยันว่าโฆษณาภาพจะถูกวางแยกออกจากรูปที่ ChatGPT สร้างให้ผู้ใช้ และมีป้ายกำกับชัดเจนว่าเป็นเนื้อหาโฆษณา ไม่ใช่ผลงานที่ระบบสร้างขึ้นเอง

ใครเจอโฆษณานี้ และใครได้รับการยกเว้น

โฆษณาภาพรอบนี้จำกัดอยู่ที่ผู้ใช้แพ็กเกจ Free และ Go ในสหรัฐฯ เท่านั้น ส่วนผู้ใช้ Plus, Pro, Business, Enterprise และ Edu ยังอยู่นอกขอบเขตโฆษณา เช่นเดียวกับที่เคยเป็นมากับโฆษณาแบบข้อความ

การแบ่งแบบนี้ตอกย้ำแนวทางเดิมของ OpenAI คือใช้โฆษณาเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ไม่จ่ายเงิน ส่วนคนที่จ่ายค่าสมาชิกยังได้ประสบการณ์ที่ไม่มีโฆษณาแทรกต่อไป

มาตรการกันโฆษณาหลุดเข้าบทสนทนาที่อ่อนไหว

OpenAI ระบุว่าวางมาตรการป้องกันไม่ให้โฆษณาปรากฏในบทสนทนาที่มีลักษณะอ่อนไหวทางอารมณ์หรือไม่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงที่โฆษณาจะไปแทรกอยู่ในช่วงที่ผู้ใช้กำลังพูดถึงเรื่องส่วนตัวหรือเปราะบาง

ประเด็นที่ยังต้องตามต่อคือ ระบบจะตัดสินได้แม่นยำแค่ไหนว่าบทสนทนาแบบไหนควรถูกกันออกจากโฆษณา เพราะคำว่า “อ่อนไหว” ตีความได้หลายระดับ

เทียบโฆษณาข้อความเดิมกับโฆษณาภาพที่กำลังทดสอบ

Factor โฆษณาข้อความ (ก.พ. 2026)โฆษณาภาพ (ต.ค. 2026)
รูปแบบ ข้อความสั้นพร้อมลิงก์ภาพขนาดใหญ่หรือภาพย่อยหลายชิ้น
จุดที่ปรากฏ แทรกในผลการค้นหา/คำตอบบางประเภทระหว่างรอ ChatGPT สร้างรูปภาพ
กลุ่มผู้ใช้ Free และ GoFree และ Go
พื้นที่ทดสอบ เปิดใช้งานแล้วในสหรัฐฯเริ่มทดสอบปลายต.ค. 2026 ในสหรัฐฯ
การแยกจากผลลัพธ์ มีป้ายกำกับโฆษณาแยกพื้นที่ชัดเจนจากภาพที่ระบบสร้าง
การจัดวางโฆษณาภาพแยกจากพื้นที่แสดงผลลัพธ์การสร้างรูปของ ChatGPT

ภาพรวมคือโฆษณาภาพไม่ได้แทนที่โฆษณาข้อความเดิม แต่เป็นชั้นเพิ่มเติมที่ผูกกับฟีเจอร์สร้างภาพโดยเฉพาะ

ผลกระทบต่อความไว้วางใจและความเป็นส่วนตัว

แม้โฆษณาภาพจะยังจำกัดอยู่แค่ช่วงรอสร้างภาพ แต่คำถามเรื่องความเป็นส่วนตัวยังอยู่ ข้อมูลพฤติกรรมการสร้างภาพของผู้ใช้ Free และ Go อาจถูกนำไปใช้เลือกโฆษณาให้ตรงกลุ่มมากขึ้นในระยะต่อไป

อีกมุมคือความน่าเชื่อถือของ ChatGPT ในฐานะผู้ช่วย ถ้าผู้ใช้เริ่มเห็นแบรนด์โผล่ขึ้นมาระหว่างใช้งานบ่อยขึ้น ความรู้สึกว่า ChatGPT เป็นพื้นที่กลางอาจค่อยๆ เปลี่ยนไป แม้ตัวคำตอบจากระบบจะยังไม่ถูกแทรกแซงโดยตรงก็ตาม

ถ้าไม่อยากเจอโฆษณาเลย มีตัวเลือกอื่นไหม

คนที่อยากหลีกเลี่ยงโฆษณาทั้งสองรูปแบบเลือกได้สองทาง คืออัปเกรดเป็น Plus ขึ้นไป หรือเทียบกับผู้ช่วย AI รายอื่นที่ยังไม่มีโฆษณาแทรกในการใช้งาน

Factor ChatGPTClaudeGeminiPerplexity
โฆษณา มีใน Free/Go (ข้อความ + ภาพ)ไม่มีโฆษณาแทรกในแชตผูกกับบริการอื่นของ Googleมีผลค้นหาแบบสนับสนุนบางส่วน
โมเดลธุรกิจ สมาชิกแบบเสียเงิน + โฆษณาในแผนฟรีสมาชิกแบบเสียเงินและ APIผูกกับ ecosystem และบริการของ Googleสมาชิกแบบเสียเงินและโฆษณาในผลค้นหา
แผนที่ไม่มีโฆษณา Plus / Pro / Business / Enterprise / Eduทุกแผนขึ้นกับบริการที่ใช้งานแผนเสียเงิน

ถ้าเน้นใช้งานแบบไม่ต้องคิดเรื่องโฆษณาเลย Claude ยังเป็นตัวเลือกที่ชัดเจนที่สุดในกลุ่มนี้ครับ

จุดที่น่าสนับสนุนและจุดที่ต้องจับตา

ข้อดี

  • +ช่วยให้ OpenAI มีรายได้รองรับโครงสร้างพื้นฐานโดยไม่ต้องขึ้นราคาแผนเสียเงิน
  • +แยกโฆษณาออกจากผลลัพธ์ที่ระบบสร้างให้ชัดเจน พร้อมป้ายกำกับ
  • +มีมาตรการกันโฆษณาหลุดเข้าบทสนทนาที่อ่อนไหว

ข้อเสีย

  • −ยังไม่ชัดว่าข้อมูลพฤติกรรมการสร้างภาพจะถูกใช้ปรับโฆษณาให้ตรงกลุ่มแค่ไหนในอนาคต
  • −ผู้ใช้ Free และ Go ต้องแบกรับโฆษณาเพิ่มอีกชั้น นอกจากโฆษณาข้อความเดิม
  • −คำว่า 'บทสนทนาที่อ่อนไหว' ยังเป็นดุลยพินิจของระบบ ไม่มีรายละเอียดวิธีคัดกรองที่ชัดเจน

สรุป: การทดสอบที่ยังจำกัดวงแคบ แต่ชี้ทิศทางของ ChatGPT

ตอนนี้โฆษณาภาพยังเป็นแค่การทดสอบในสหรัฐฯ กับผู้ใช้ Free และ Go กลุ่มเล็ก และจำกัดอยู่แค่ช่วงรอสร้างรูปภาพ ยังไม่ได้แทรกเข้าไปในบทสนทนาทั่วไป

แต่ทิศทางที่เห็นชัดคือ OpenAI กำลังใช้โฆษณาเป็นแหล่งรายได้อีกทางที่จริงจังขึ้น ควบคู่กับค่าสมาชิก คนที่ไม่อยากเห็นโฆษณาเลยต้องอัปเกรดแผน หรือพิจารณาผู้ช่วย AI รายอื่นที่ยังไม่มีโฆษณาเข้ามาเกี่ยวข้อง