หน้าแรก / บทความ / Hardware
Hardware วิเคราะห์จากสเปค + รีวิว

รีวิว Google Pixel 9 Pro Fold: สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นล่าสุดจาก Google

ทดสอบและวิเคราะห์ Google Pixel 9 Pro Fold สมาร์ทโฟนจอพับที่มาพร้อมฟีเจอร์ AI ล้ำสมัยและประสิทธิภาพระดับเฟล็กชิป

รีวิว Google Pixel 9 Pro Fold: สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นล่าสุดจาก Google

สรุปสั้นๆ

Google Pixel 9 Pro Fold เป็นมือถือจอพับรุ่นที่สองของ Google ที่พยายามแก้จุดอ่อนจากรุ่นแรก แต่ยังคงมีปัญหาหลักๆ อยู่

ตัวเครื่องหนาพอสมควร น้ำหนักเกือบ 260 กรัม ใส่กระเป๋ากางเกงรู้สึกได้ชัด กล้องปรับปรุงดีขึ้น ถ่ายรูปคมชัด แต่ยังไม่เทียบ iPhone 15 Pro Max จอในใหญ่ขึ้น ดูหนังสบายตา แต่รอยพับยังเห็นชัด

ราคาเริ่มต้น 69,900 บาท ค่อนข้างแพง AI features ใหม่ๆ มีประโยชน์ แต่ยังไม่ถึงขั้น game changer ถ้าไม่ได้อยากได้จอพับเป็นชีวิตจิตใจ ซื้อ Pixel 9 Pro ธรรมดาคุ้มกว่า

เหมาะกับคนที่ต้องการแท็บเล็ตพกพาและพร้อมจ่ายเงินเยอะเพื่อเทคโนโลยีใหม่

มือถือจอพับที่ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป

Pixel 9 Pro Fold เปลี่ยนวิธีใช้มือถือของผมโดยสิ้นเชิง จอใน 8 นิ้วทำให้ดูหนัง Netflix หรือแก้ไขเอกสาร Google Docs ได้สบายเหมือนใช้แท็บเล็ต

การ multitasking บน Android 14 ลื่นมาก เปิดได้ถึง 3 แอปพร้อมกัน ทำงานในรถไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ กล้อง 48MP ถ่ายรูปคมชัด แต่ที่ชอบคือการใช้ rear camera selfie ได้คุณภาพดีกว่ากล้องหน้าเยอะ

ความหนา 5.1mm เมื่อเปิดทำให้จับถือสบาย แต่น้ำหนัก 257g รู้สึกหนักเวลาใช้นาน ผมว่าใครที่ทำงานต้องใช้หน้าจอใหญ่บ่อยๆ จะรู้สึกคุ้มค่า แต่ถ้าแค่เล่นโซเชียลอย่างเดียว อาจจะเกินความจำเป็น

ทำไมถึงต้องมือถือจอพับ

พูดตรงๆ ตอนแรกผมก็คิดว่าจอพับเป็นแค่ของเล่นเท่านั้น จนกระทั่งต้องทำงานข้างนอกบ่อยขึ้น การดู Excel หรือ Google Sheets บนจอ 6.2 นิ้วมันทรมานมาก ต้องซูมเข้าออกตลอด

ตอนนั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน การดูหนังหรือ YouTube บนจอเล็กๆ มันไม่ enjoyable เลย แถมอ่าน PDF งานต้องเลื่อนไปเลื่อนมา เสียเวลาเปล่าๆ

จอพับจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้เยอะจริงๆ สำหรับคนทำงาน remote หรือดูคอนเทนต์เยอะ เป็นการลงทุนที่คุ้มกับคนที่ต้องการพื้นที่หน้าจอใหญ่ขณะเดินทาง โดยไม่ต้องแบกแท็บเล็ตไปด้วย

Google Pixel 9 Pro Fold อยู่ตรงไหนในตระกูล Pixel

Pixel 9 Pro Fold เป็น flagship สุดท็อปของ Google ในปี 2024 นั่งอยู่เหนือ Pixel 9 และ 9 Pro ทั่วไป ด้วยจอพับที่เป็นจุดขายหลัก ส่วน spec พื้นฐานใช้ชิป Tensor G4 เหมือน Pixel 9 Pro แต่ได้ RAM 16GB มากกว่า

เมื่อเทียบกับ Pixel 9 ธรรมดาที่ราคาเริ่มต้น 22,000 บาท และ Pixel 9 Pro ที่ 30,000 บาท ตัว Pro Fold งบต้องถึง 60,000+ บาท เป็นเกือบสองเท่าของ Pro ทั่วไป

Google วางตำแหน่ง Pixel 9 Pro Fold เป็น premium experiment มากกว่าเป็นมือถือหลักของคนทั่วไป เหมาะกับคนที่อยากลองเทคโนโลยีใหม่และไม่ได้คิดเรื่องราคา เพราะตอนนี้ยังไม่ใช่ของที่ทุกคนต้องมี

เปรียบเทียบกับรุ่นก่อน

Factor Pixel Fold รุ่นแรกPixel 9 Pro Fold
ชิปประมวลผล Tensor G2Tensor G4
หน้าจอนอก 5.8 นิ้ว6.3 นิ้ว
หน้าจอใน 7.6 นิ้ว8 นิ้ว
กล้องหลัง 48MP + 10.8MP + 10.8MP48MP + 10.8MP + 10.5MP
น้ำหนัก 283g257g
ราคาเริ่มต้น 53,900 บาท60,900 บาท

Google ปรับปรุง Pixel 9 Pro Fold ได้ดีขึ้นเกือบทุกด้าน หน้าจอนอกใหญ่ขึ้นจาก 5.8 เป็น 6.3 นิ้ว ทำให้ใช้แบบพับได้สะดวกกว่า หน้าจอในก็กว้างขึ้นเป็น 8 นิ้ว เหมาะกับงานที่ต้องใช้พื้นที่มาก

น้ำหนักลดลงจาก 283g เหลือ 257g ถือง่ายกว่าเดิม แต่ราคาพุ่งขึ้นมาอีก 7,000 บาท ผมว่าการอัพเกรดครั้งนี้คุ้มค่าสำหรับคนที่จะใช้เป็นมือถือหลัก เพราะหน้าจอนอกใหญ่พอใช้งานทั่วไปได้แล้ว

ฟีเจอร์เด่นที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

Multi-tasking บน Pixel 9 Pro Fold เทพมาก ลากแอปมาวางข้างกันได้แบบ split screen เช่น ดู YouTube ไปตอบ LINE ไป หรือเปิด Google Docs พร้อมกับ Chrome research งาน

Circle to Search ใช้ได้ทั้งหน้าจอใน-นอก กดค้างแล้ววงรอบสิ่งที่อยากหาได้เลย ช็อปปิ้งเจอเสื้อผ้าสวยๆ ก็หาร้านขายได้ทันที

กล้องหน้าจอในทำให้ถ่าย selfie ได้มุมกว้างสุดๆ วางตั้งแล้วใช้ timer ถ่ายกลุ่มคนเยอะได้ไม่ต้องขอคนอื่นถ่ายให้

Gemini AI ช่วยเขียนอีเมลงาน สรุปข้อความยาวๆ แปลภาษาแบบ real-time ได้ ตัวนี้ใช้งานได้จริงกว่า AI ตัวอื่นเยอะ เพราะ integrate กับ Google services ครบ

เปรียบเทียบคู่แข่ง

Factor Pixel 9 Pro FoldSamsung Galaxy Z Fold 6OnePlus OpenHonor Magic V3
ราคา 85,990 บาท66,900 บาท69,990 บาท79,990 บาท
Chipset Tensor G4Snapdragon 8 Gen 3Snapdragon 8 Gen 2Snapdragon 8 Gen 3
หน้าจอใน 8 นิ้ว7.6 นิ้ว7.82 นิ้ว7.92 นิ้ว
น้ำหนัก 257g239g239g226g
แบต 4,650 mAh4,400 mAh4,805 mAh5,150 mAh

Pixel 9 Pro Fold แพงที่สุดในกลุ่ม แต่ได้หน้าจอใหญ่สุดกับ Gemini AI ที่ใช้ได้จริง Samsung ชนะเรื่อง ecosystem กับ S Pen support ส่วน Honor เบาสุด แบตใหญ่สุด

ถ้างบ 70,000 ลงไป OnePlus Open หรือ Galaxy Z Fold 6 คุ้มกว่า แต่ถ้าใช้ Google services เยอะ จ่ายพิเศษสำหรับ Pixel ก็คุ้ม

ข้อดี

  • +จอใหญ่ 8 นิ้ว Sharp กับจอหน้า 6.3 นิ้ว ใช้งานสะดวก
  • +Gemini AI ช่วยงานได้จริง แปลภาษาเรียลไทม์เทพ
  • +กล้อง Pixel ถ่ายสวยเป็นเอกลักษณ์ Night Sight แจ่ม
  • +Tensor G4 ประหยัดแบต AI processing เร็ว
  • +Android ล้วนๆ อัปเดต 7 ปี รับประกันยาว

ข้อเสีย

  • ราคา 69,900 บาท แพงสุดในกลุ่ม foldable
  • หนัก 257g ใช้นานมือเมื่อย
  • ไม่มี S Pen support ขาด multitasking บางอย่าง
  • Tensor chip ยังไม่แรงเท่า Snapdragon flagship
  • ระบบระบายความร้อนธรรมดา เล่นเกมนานๆ อุ่น

ผมว่า Pixel 9 Pro Fold เหมาะกับคนที่ใช้ Google services หนัก ต้องการ AI ช่วยงาน และถ่ายรูปเยอะ แต่ถ้าดูแค่ spec ต่อราคา Galaxy Z Fold 6 คุ้มกว่า

รู้สึกว่า Google ตั้งราคาสูงเพราะเป็นรุ่นแรกในไทย พอปีหน้าน่าจะลดลงมา

ค่าใช้จ่ายที่ซ่อนอยู่

เตรียมงบเพิ่มอีก 5,000-8,000 บาทหลังซื้อเครื่อง เคสสำหรับ Fold ราคา 1,500-2,500 บาท แพงกว่าเครื่องธรรมดามาก เพราะต้องปกป้อง 2 หน้าจอ ฟิล์มหน้าจอใหญ่อีก 1,200 บาท

ประกันเสริม Care+ ปีละ 3,990 บาท แนะนำซื้อเลย เพราะค่าซ่อมหน้าจอใน 25,000-30,000 บาท ถ้าพังนอกประกัน จ่ายเท่าเครื่องรุ่นกลางเลย

Google One 100GB เดือนละ 65 บาท เก็บภาพ AI หายไปมากถ้าไม่เสียเงิน YouTube Premium เดือนละ 179 บาท ฟีเจอร์บางตัวต้องมี

ค่าใช้จ่ายรวมปีแรกต้องเตรียม 80,000-90,000 บาท ไม่ใช่แค่ราคาเครื่อง 69,900 บาทอย่างเดียว

ใครควรซื้อ ใครไม่ควร

ควรซื้อ: นักธุรกิจที่เดินทางบ่อยจะคุ้มสุด เพราะจอใหญ่ทำงานได้สะดวก multitasking แบบ split screen ใช้ได้จริง คนที่ชอบถ่ายรูปจะได้ AI ช่วยแต่งแบบเทพ

ไม่ควรซื้อ: คนงบจำกัดหลีกเลี่ยงไปก่อน ค่าใช้จ่ายรวมปีแรก 80,000-90,000 บาท คนใช้มือถือหยาบๆ ไม่เหมาะ เพราะ foldable screen บอบบาง

ถ้าไม่ได้ใช้ multitasking บ่อยๆ หรือไม่ได้เดินทางทำงาน ซื้อ flagship ธรรมดาดีกว่า ประหยัดเงินไปซื้อของอื่นแทน ราคา 69,900 บาทน่าจะไปซื้อ iPhone 15 Pro Max + iPad Air แทนได้

สรุปท้ายเรื่อง

Pixel 9 Pro Fold ตอบโจทย์คนที่ต้องการความแปลกใหม่และ productivity สูงสุด แต่ยอมรับได้ว่าต้องใช้ความระมัดระวังในการดูแล ราคา 69,900 บาทไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

คุ้มสำหรับ early adopter ที่ต้องการจอใหญ่พกพาสะดวก หรือคนทำงานที่ใช้ multitasking เป็นประจำ ส่วนคนใช้งานทั่วไปแนะนำรอรุ่นใหม่ที่ราคาลดลง

ผมว่าถ้ามีงบ 70,000 บาท แต่ไม่แน่ใจจะใช้ประโยชน์จาก foldable ให้คุ้ม ไปซื้อ flagship ปกติ + tablet แยกกันจะได้ของใช้ 2 ชิ้นที่ทนกว่า บอกเลยว่าอย่าซื้อเพื่อโชว์ เพราะใช้จริงถึงจะรู้คุ้มค่า