หน้าแรก / บทความ / AI & LLM
AI & LLM วิเคราะห์จากรายงานต้นทาง

วิเคราะห์และรีวิว: นักวิจัยทหารจีนและบริษัทเทคโนโลยีใช้ Claude พัฒนาเครื่องมือโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศและร่างสเปกต่อต้านตอร์ปิโด

Anthropic เปิดเผยว่ากลุ่มจีนใช้ Claude สร้างเครื่องมือกดปราบระบบป้องกันภัยทางอากาศ 16 โมดูล ร่างสเปกต่อต้านตอร์ปิโด Alibaba ดึงคำสนทนากว่า 151 ล้านครั้งฝึก Qwen

วิเคราะห์และรีวิว: นักวิจัยทหารจีนและบริษัทเทคโนโลยีใช้ Claude พัฒนาเครื่องมือโจมตีระบบป้องกันภัยทางอากาศและร่างสเปกต่อต้านตอร์ปิโด

TL;DR

Anthropic เผยแพร่รายงานภัยคุกคามฉบับล่าสุดว่ากลุ่มที่เชื่อมโยงกับจีนใช้ Claude ในหลายปฏิบัติการ ตั้งแต่สร้างเครื่องมือกดปราบระบบป้องกันภัยทางอากาศ 16 โมดูลที่พุ่งเป้าไปที่ไต้หวัน ร่างสเปกระบบต่อต้านตอร์ปิโด ไปจนถึงปฏิบัติการของ Alibaba ที่ดึงบทสนทนากับ Claude กว่า 151 ล้านครั้งไปฝึกโมเดล Qwen

นี่ไม่ใช่ข้อกล่าวหาที่มาจากบุคคลภายนอก แต่เป็นรายงาน Threat Intelligence ที่ Anthropic เผยแพร่เอง โดยระบุรหัสกลุ่มผู้ใช้งาน (Generative Threat Group หรือ GTG) แยกเป็นรายกรณี พร้อมรายละเอียดว่าแต่ละกลุ่มใช้ Claude ทำอะไรบ้างในช่วงเดือนธันวาคม 2025 ถึงสิงหาคม 2026

จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือ Anthropic เป็นผู้ตรวจพบและเปิดเผยรายละเอียดเหล่านี้เอง เนื้อหาจึงผ่านการตรวจสอบจากทีมความปลอดภัยของบริษัทเจ้าของโมเดลโดยตรง แต่ผลลัพธ์เชิงเทคนิคที่แท้จริงหรือการนำไปใช้งานในสนามจริง ยังต้องรอการยืนยันจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม

Anthropic เปิดโปงกลุ่มจีนใช้ Claude ทำงานทหารและสอดแนม

ตามรายงานของ Anthropic มีกลุ่มที่เชื่อมโยงกับจีนใช้ Claude ในอย่างน้อย 5 ปฏิบัติการ แบ่งเป็นสายงานทหาร 2 ปฏิบัติการ สายสอดแนม 2 ปฏิบัติการ และปฏิบัติการดึงข้อมูลไปฝึกโมเดลอีก 1 ปฏิบัติการ โดยสองกรณีที่มีรายละเอียดชัดเจนที่สุดคือเครื่องมือกดปราบระบบป้องกันภัยทางอากาศ และสเปกระบบต่อต้านตอร์ปิโด

แผนที่แสดงเส้นทางบินของเครื่องบินทหารจีนใกล้เขตแสดงตนทางอากาศของไต้หวัน

เครื่องมือกดปราบระบบป้องกันภัยทางอากาศ 16 โมดูล ที่เปลี่ยนเป้าไปไต้หวัน

กลุ่มที่ Anthropic ระบุรหัสว่า GTG-17002 ใช้ Claude ช่วยพัฒนาชุดเครื่องมือราว 16 โมดูล สำหรับงานสงครามอิเล็กทรอนิกส์และการกดปราบระบบป้องกันภัยทางอากาศของฝ่ายตรงข้าม (suppression of enemy air defenses) ระหว่างการพัฒนา Anthropic สังเกตว่าฉากจำลองเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้เปลี่ยนไปเป็นเป้าหมาย 12 จุดในไต้หวัน

ตรงนี้คือส่วนที่ทำให้กรณีนี้ต่างจากการใช้ AI ผิดวัตถุประสงค์ทั่วไป เพราะไม่ใช่แค่การถามคำถามเชิงทฤษฎี แต่เป็นการใช้โมเดลช่วยลงมือสร้างโมดูลจริงที่ผูกกับสถานการณ์จำลองซึ่งมีเป้าหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ชัดเจน

แผนที่จำลองเป้าหมายทางทหารหลายจุดรอบเกาะไต้หวันและชายฝั่งจีน

สเปกต่อต้านตอร์ปิโด 200 กว่าหน้า ที่แฝงตัวเป็นผู้รับเหมาสหรัฐฯ

อีกกรณีหนึ่งที่ Anthropic ระบุรหัสว่า GTG-17001 เป็นผู้ใช้งานฐานจีนที่ใช้ Claude ร่างสเปกระบบควบคุมการยิงสำหรับอาวุธต่อต้านตอร์ปิโด (fire-control specification) เป็นภาษาจีน ทดสอบแนวคิดของระบบเทียบกับข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับระบบต่อต้านตอร์ปิโดและต่อต้านเรือดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐฯ และจัดทำข้อเสนอทางเทคนิคความยาวกว่า 200 หน้าสำหรับลูกค้ารายหนึ่ง

จุดที่ Anthropic ให้น้ำหนักเป็นพิเศษคือผู้ใช้งานรายนี้ปลอมตัวเป็นผู้รับเหมาด้านกลาโหมของสหรัฐฯ ขณะที่บริษัทประเมินว่าตัวตนจริงน่าจะเชื่อมโยงกับผู้ผลิตอาวุธของจีนที่กำลังพัฒนาระบบให้กองทัพเรือกองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA Navy)

แผนที่เส้นทางเคลื่อนที่ของเครื่องบินทหารจีนหลายลำมุ่งหน้าเข้าใกล้น่านน้ำรอบไต้หวัน

Alibaba ดึงบทสนทนากว่า 151 ล้านครั้งไปฝึก Qwen

กรณีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในรายงานคือปฏิบัติการที่ Anthropic ระบุรหัสว่า GTG-16005 ซึ่งเชื่อมโยงกับห้องแล็บ Qwen ของ Alibaba ปฏิบัติการนี้ใช้บัญชีปลอมกว่า 3,500 บัญชี ส่งคำขอถึง Claude สูงสุดเกือบ 3 ล้านครั้งต่อวัน รวมทั้งหมดกว่า 151 ล้านครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม 2026 ส่วนใหญ่เป็นงานด้าน agentic task และงานพัฒนาซอฟต์แวร์

Anthropic ระบุว่าข้อมูล reasoning trace ที่ได้จาก Claude ถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลฝึกให้โมเดล Qwen รุ่น 3.5, 3.6 และ 3.7 ซึ่งเข้าข่ายการกลั่นความสามารถของโมเดล (model distillation) ผ่านช่องทางที่ไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อเครื่องมือ AI ถูกดึงไปใช้กับงานทหารจริง

สำหรับทีมความมั่นคง AI ช่วยย่นเวลาค้นคว้า สรุปข้อมูล และร่างเอกสารทางเทคนิคได้มาก โดยเฉพาะงานที่ต้องเทียบทางเลือกหลายด้านภายใต้เวลาจำกัด

ด้านการเขียนโค้ด AI ช่วยสร้างโครงร่างเครื่องมือและปรับแก้ตามคำสั่ง ทำให้ทีมเริ่มทดสอบแนวคิดได้เร็วขึ้น แต่ผลลัพธ์ยังต้องตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ เพราะความผิดพลาดเล็กน้อยอาจกระทบความปลอดภัยและการตัดสินใจจริง

จุดสำคัญจึงไม่ใช่แค่ AI ทำงานเร็วขึ้น แต่คือการควบคุมสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล ตรวจสอบแหล่งที่มา และแยกให้ชัดว่าเนื้อหาใดเป็นร่างจากโมเดลหรือผ่านการรับรองแล้ว

ถ้าเป็นผม ผมมองว่าควรถือผลลัพธ์จาก AI เป็นเพียงร่างแรกเสมอ เหมือนแผนที่ที่ช่วยบอกทิศทางคร่าวๆ แต่ยังใช้แทนการตรวจสอบภาคสนามไม่ได้ครับ

Claude อยู่ตรงไหนในสมรภูมิโมเดลระดับแนวหน้า

Claude อยู่ในกลุ่ม frontier model (โมเดล AI ระดับแนวหน้าที่มีความสามารถสูงและรองรับงานซับซ้อน) ที่เด่นด้านการให้เหตุผลเป็นขั้นตอน อ่านบริบทยาว และช่วยเขียนโค้ดที่ต้องแก้ปัญหาหลายชั้น เหมาะกับงานวิเคราะห์เอกสาร งานวิจัย และการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ต้องตรวจทานต่อ

จากรายงานของ Anthropic รุ่นที่ถูกใช้งานผิดวัตถุประสงค์บ่อยที่สุดคือ Haiku, Sonnet และ Opus ขณะที่โมเดลรุ่นใหม่กว่าอย่าง Fable และ Mythos ปรากฏในกรณีดึงข้อมูลไปฝึกโมเดลเพียงกรณีเดียว ซึ่งอาจสะท้อนทั้งมาตรการป้องกันที่รัดกุมขึ้นและอัตราการใช้งานจริงที่ยังไม่กว้างเท่ารุ่นก่อนหน้า

แต่ความเก่งของโมเดลไม่ได้แปลว่าควบคุมการใช้งานปลายทางได้ทั้งหมด บริษัทผู้พัฒนาวางนโยบายและข้อจำกัดการเข้าถึงได้ ขณะที่ผู้ใช้หรือองค์กรยังอาจนำผลลัพธ์ไปปรับใช้ในบริบทที่บริษัทไม่ได้เห็นหรืออนุมัติ ดังนั้น Claude เป็นเครื่องมือระดับแนวหน้า ไม่ใช่ผู้รับรองความถูกต้องหรือความเหมาะสมของทุกงานที่มันช่วยสร้าง