Bitwarden จะเปลี่ยนแอปที่เผยแพร่ผ่าน app stores เป็นรุ่นที่ใช้ commercial license แต่การทำงานยังเหมือนเดิม ผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
โค้ดยังคงเปิดให้อ่าน ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมได้บน GitHub โดย Bitwarden ยืนยันว่าจะมีเวอร์ชัน free และ open source ต่อไป ผู้ใช้ส่วนใหญ่แทบไม่เห็นผลกระทบ แต่ฟีเจอร์ใหม่บางส่วนอาจมีเฉพาะรุ่น commercial license โดยเฉพาะฟีเจอร์สำหรับแผนธุรกิจ
สิ่งที่จะเปลี่ยนในแอปจากสโตร์
แอป Bitwarden จาก App Store และ app store หลักจะเปลี่ยนเป็นรุ่น commercial license แต่ผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม และการทำงานยังเหมือนเดิม โค้ดยังคงเปิดให้อ่าน ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมได้บน GitHub
สำหรับคนที่ต้องการใช้เฉพาะ GPLv3 จะต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแอปเอง แต่รุ่นนี้จะไม่มีฟีเจอร์ที่อยู่ภายใต้ commercial license

ลองนึกภาพผู้ใช้ที่อยากใช้ Bitwarden จาก app store บนอุปกรณ์ประจำวัน แต่ยังต้องพึ่งระบบที่ดาวน์โหลดเองในบางงาน ความกังวลคือฟีเจอร์ที่จ่ายเงินอาจอยู่ใน commercial license จนรุ่น GPLv3 ใช้งานได้ไม่เท่ากัน
อีกเรื่องคือความต่อเนื่องของโค้ดเปิดเผย แม้ Bitwarden ยืนยันว่าโค้ดบน GitHub ยังอ่าน ตรวจสอบ และมีส่วนร่วมได้ แต่ฟีเจอร์ใหม่บางส่วนอาจอยู่เฉพาะรุ่น commercial ทำให้ผู้ใช้ต้องติดตามการพัฒนาใกล้ชิดขึ้น โดยเฉพาะคนที่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบโค้ดและการใช้งานระยะยาว
Bitwarden กำลังวางผลิตภัณฑ์ไว้ตรงไหน
Bitwarden กำลังแยกการเผยแพร่เป็นสองรุ่น: commercial license และ GPLv3 โดยทั้งสองรุ่นถูกเผยแพร่บน GitHub ให้ดูโค้ดได้ ส่วนแอปจาก app stores และลิงก์ดาวน์โหลดตรงจากเว็บไซต์จะเป็นรุ่น commercial license
เหตุผลหลักคือ Bitwarden กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และเข้าสู่ตลาดใหม่ ฟีเจอร์สำหรับแผนธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และบางฟีเจอร์ที่เป็นจุดแข็งทางการแข่งขัน จึงอาจอยู่เฉพาะรุ่น commercial ส่วนคนที่ต้องการใช้ GPLv3 เท่านั้น ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแอปเองจาก GitHub แต่จะไม่มีฟีเจอร์เชิงพาณิชย์บางรายการ.
จากรุ่น GPLv3 ในสโตร์สู่รุ่น commercial license
เดิม Bitwarden ส่งรุ่น GPLv3 ขึ้น app stores แต่รุ่นใหม่จะใช้ commercial license ทั้งในสโตร์และลิงก์ดาวน์โหลดโดยตรง โค้ดยังดูและตรวจสอบได้บน GitHub ไม่ได้กลายเป็น closed source
| Factor | GPLv3 ในสโตร์ | commercial license ในสโตร์และลิงก์ดาวน์โหลด |
|---|---|---|
| โค้ด | เปิดเผยบน GitHub | ดูและตรวจสอบได้บน GitHub |
| การติดตั้ง | ติดตั้งจาก app stores | ติดตั้งจาก app stores หรือลิงก์ดาวน์โหลดโดยตรง |
| ฟีเจอร์เชิงพาณิชย์ | ไม่มีฟีเจอร์ที่อยู่หลัง commercial license | เข้าถึงฟีเจอร์ที่ Bitwarden เปิดให้กับแผนที่เกี่ยวข้อง |
คนส่วนใหญ่จะยังใช้งานได้เหมือนเดิม ส่วนผู้ที่ต้องการ GPLv3 เท่านั้นต้องดาวน์โหลดและ side-load เอง และจะไม่มีฟีเจอร์ที่อยู่ภายใต้ commercial license.

ฟีเจอร์เดียวกันในสถานการณ์ใช้งานจริง
ผู้ใช้ทั่วไปที่โหลด Bitwarden จาก app store จะใช้งานได้เหมือนเดิม และได้โค้ดชุดเดียวกับที่เผยแพร่บน GitHub
ผู้ใช้แผนธุรกิจจะเข้าถึงฟีเจอร์เชิงพาณิชย์จาก app store ได้เลย ไม่ต้องไปหา build แยกจาก GitHub
องค์กรและหน่วยงานรัฐก็รับแอปจาก store ได้สะดวกขึ้น เพราะไม่ควรถูกคาดหวังให้ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์จาก GitHub เพื่อใช้ฟีเจอร์ที่จ่ายเงิน
ส่วนคนที่ต้องการใช้เฉพาะ GPLv3 ต้องดาวน์โหลดและ side-load เอง โดยจะไม่มีฟีเจอร์ที่อยู่ภายใต้ commercial license.
ทางเลือกในการรับแอปแต่ละรุ่น
| Factor | Main app stores | หน้า Download | GitHub / side-load |
|---|---|---|---|
| รุ่นแอป | Commercial license | Commercial license | GPLv3 |
| แหล่งดาวน์โหลด | App Store ต่าง ๆ | หน้า Download ของ Bitwarden | GitHub และติดตั้งแบบ side-load |
| ฟีเจอร์ภายใต้ commercial license | เข้าถึงได้ | เข้าถึงได้ | ไม่มี |
| เหมาะกับใคร | ผู้ใช้ทั่วไป องค์กร และหน่วยงานรัฐ | ผู้ที่ดาวน์โหลดโดยตรง | ผู้ที่ต้องการใช้เฉพาะ GPLv3 |
ฟังก์ชันและโค้ดของแอปจาก store ยังตรงกับที่เผยแพร่ออนไลน์ ส่วนรุ่น GPLv3 เหมาะกับคนที่ต้องการยึดใบอนุญาตนี้เท่านั้น แต่ต้องติดตั้งเองและจะใช้ฟีเจอร์เชิงพาณิชย์ไม่ได้.

จุดแข็งและข้อจำกัดของโมเดลใหม่นี้
จุดแข็งคือผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม แอปจาก store ยังทำงานเหมือนเดิม และโค้ดยังเปิดให้ตรวจสอบบน GitHub ได้ ผู้ใช้ยังเข้าถึงฟีเจอร์ที่จ่ายเงินจากแหล่งเดียวกัน ไม่ต้องไปดาวน์โหลด commercial build เอง
ข้อจำกัดคือฟีเจอร์ใหม่บางส่วนอาจมีเฉพาะ commercial build โดยเฉพาะฟีเจอร์สำหรับแผนธุรกิจ ส่วนคนที่ต้องการใช้เฉพาะ GPLv3 ต้อง side-load แอปเอง และจะใช้ฟีเจอร์เชิงพาณิชย์ไม่ได้
ข้อดี
- +ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
- +โค้ดยังเปิดให้ตรวจสอบบน GitHub
- +เข้าถึงฟีเจอร์จากแหล่งเดียวกัน
ข้อเสีย
- −ฟีเจอร์ใหม่บางส่วนอาจอยู่เฉพาะ commercial build
- −ผู้ใช้ GPLv3 ต้อง side-load แอปเอง
- −ฟีเจอร์เชิงพาณิชย์ใช้ไม่ได้ในรุ่น GPLv3
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่บนหน้าราคา
ต้นทุนแฝงอยู่ที่การต้องเลือกให้ถูกว่าจะดาวน์โหลดจาก app store หรือใช้ GPLv3 แล้ว side-load เอง ถ้าเลือกฝั่ง GPLv3 ก็ต้องดูแลขั้นตอนติดตั้งแอปด้วยตัวเองมากขึ้น
อีกจุดคือฟีเจอร์ใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และฟีเจอร์สำหรับแผนธุรกิจบางส่วน อาจมีเฉพาะ commercial build ดังนั้นผู้ใช้ GPLv3 อาจเสียสิทธิ์ใช้ฟีเจอร์ที่ตัวเองจ่ายเงินไปแล้ว แม้ตัวแอปและโค้ดยังตรวจสอบได้บน GitHub ก็ตาม
สิ่งที่ควรจับตาหลังการเปลี่ยนแปลง
ประเด็นสำคัญคือ Bitwarden จะจัดฟีเจอร์ใดไว้ภายใต้ commercial license โดยเฉพาะฟีเจอร์ใหม่และผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับตลาดใหม่
อีกเรื่องคือความแตกต่างระหว่าง commercial build กับ GPLv3 build ในอนาคต รวมถึงฟีเจอร์ของแผน premium ที่จะถูกพิจารณาเป็นกรณีต่อกรณี ผู้ใช้ควรติดตามรายละเอียดแต่ละรุ่นให้ชัดเจนก่อนเลือกแนวทางใช้งานระยะยาว