หน้าแรก / บทความ / AI & LLM
AI & LLM สรุปและวิเคราะห์จากข่าวต้นทาง

วิเคราะห์และรีวิว: เว็บไซต์กำลังปิดกั้น AI Agents

วิเคราะห์แนวโน้มที่เว็บไซต์ยอดนิยมเริ่มบล็อก AI agents จากความกังวลด้านความปลอดภัย การควบคุมข้อมูล และผลกระทบต่อธุรกิจออนไลน์

วิเคราะห์และรีวิว: เว็บไซต์กำลังปิดกั้น AI Agents

AI agents ถูกวางบทบาทให้ทำงานแทนผู้ใช้ ตั้งแต่จองร้านอาหาร ล้างอีเมล ไปจนถึงซื้อรองเท้า แต่การใช้งานจริงสะดุดทันที เมื่อเว็บไซต์อย่าง Delta Air Lines, JPMorgan Chase และ Charles Schwab บล็อกเอเจนต์ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ขณะที่ Yelp อนุญาตเฉพาะเอเจนต์ที่จ่ายค่า data licensing

ปัญหาไม่ได้มีแค่เรื่องนโยบายธุรกิจหรือโฆษณาที่อาจเสีย eyeballs ระบบ anti-bot ก็อาจมองเอเจนต์เป็นโปรแกรมที่เสี่ยงหลอกลวงหรือแฮ็ก ทำให้คำสัญญาว่า AI จะทำทุกอย่างบนเว็บได้จริง ถูกตั้งคำถามชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อผู้ช่วยออนไลน์เจอประตูปิด

แผนภาพแสดงวิวัฒนาการของ AI agents จากระบบตอบคำถามพื้นฐานไปจนถึงเอเจนต์ที่ใช้เครื่องมือและหน่วยความจำ

AI agents ไม่ได้ถูกปิดกั้นเหมือนกันทุกเว็บ แต่เส้นทางใช้งานเริ่มไม่แน่นอนขึ้น Meta จึงเลือกจับมือกับ Walmart, Gap, Sephora และ Best Buy ขณะที่ Shopify เปิดเครือข่ายร้านค้าให้เอเจนต์เข้าถึงได้

ถึงมี partnership ก็ยังเจอปัญหา เช่น ผู้ใช้บางรายเช็กเอาต์บน Walmart ไม่สำเร็จ และบางบัญชี Google ถูกบล็อกหลังใช้ Muse ด้าน Cloudflare ก็มีปุ่มเดียวสำหรับบล็อก AI crawlers ตั้งแต่ 2025 ทำให้พื้นที่ที่เอเจนต์ทำงานได้จริงอาจเหลือน้อยลงเรื่อยๆ

ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อฝากงานออนไลน์ไว้กับเอเจนต์

ผู้ใช้บางรายพบว่า Muse, Grok, Dots และ Instinct ทำงานบนเว็บไซต์ยอดนิยมไม่ได้อีกต่อไป ตั้งแต่การจองตั๋ว Delta Air Lines ไปจนถึงการเข้าถึงบัญชี JPMorgan Chase และ Charles Schwab ที่ถูกบล็อกด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า Cars.com และ Amtrak ซึ่งเคยใช้งานได้ กลับไม่เปิดให้เอเจนต์เข้าถึงแล้ว พอเจอข้อจำกัดแบบนี้ เอเจนต์ก็ทำงานต่อแทนผู้ใช้ไม่ได้ แม้จะถูกออกแบบมาให้จัดการงานออนไลน์ก็ตาม

เอเจนต์อัตโนมัติจาก OpenAI, Meta, Google, Instinct และบริษัทอื่นๆ กำลังถูกวางบทบาทให้ทำงานแทนผู้ใช้บนอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่จองร้านอาหาร จัดการ inbox ไปจนถึงซื้อรองเท้า จุดขายคือผู้ใช้ไม่ต้องลงมือทำทุกขั้นตอนเอง

แต่ความสามารถนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ AI อย่างเดียว เอเจนต์ต้องเข้าถึงและทำงานร่วมกับเว็บไซต์ปลายทางได้ด้วย ถ้าเว็บไซต์ไม่ยอมรับหรือระบบมองว่าเป็น bot งานที่ควรทำแทนผู้ใช้ก็หยุดลงทันที.

จาก Perplexity สู่ Muse, Grok และ Dots: ปัญหาเดิมในวงจรใหม่

Perplexity เคยถูก Amazon ห้ามใช้เอเจนต์ช้อปปิ้ง ก่อนถูกฟ้องร้อง และผู้พิพากษาสั่งให้หยุดใช้งานบนเว็บไซต์ ต่อมา appeals court ยกเลิกคำสั่งนี้ในเดือนสิงหาคม แต่ Amazon ก็ยื่นคำร้องแก้ไขแล้ว

รอบใหม่ Muse, Grok และ Dots เจอปัญหาคล้ายกัน โดยมีรายงานว่าเข้า Amazon ไม่ได้ ขณะที่ Cars.com และ Amtrak ก็อาจบล็อกเอเจนต์เช่นกัน

Factor PerplexityMuse, Grok และ Dots
การช้อปปิ้งบน Amazon Amazon ห้ามใช้เอเจนต์ช้อปปิ้งมีรายงานว่าเข้า Amazon ไม่ได้
การฟ้องร้องและคำสั่งศาล Amazon ฟ้องร้อง; ศาลสั่งหยุด ก่อน appeals court ยกเลิกคำสั่งไม่มีข้อมูลการฟ้องร้องหรือคำสั่งศาลในแหล่งข้อมูล
การถูกบล็อกจากเว็บไซต์ Amazon เป็นกรณีหลักAmazon รวมถึงรายงานเกี่ยวกับ Cars.com และ Amtrak

ใช้จริงแล้วติดตรงไหนบ้าง

ภาพประกอบธีม AI agents ที่ถูกวางบทบาทให้ทำงานต่างๆ แทนผู้ใช้ เช่น การค้นหาข้อมูลและจัดการงานอัตโนมัติ

ถ้าให้ AI agent ซื้อของผ่าน Amazon ตอนนี้อาจทำไม่ได้ เพราะมีรายงานว่า Muse, Grok, Instinct และ Dots เข้าใช้งานไม่ได้ ขณะที่ Amazon ระบุว่าการเข้าถึงต่อเนื่องของ Muse ขัดกับนโยบายเว็บไซต์

ฝั่ง Meta ทำพันธมิตรกับ Walmart, Gap, Sephora และ Best Buy เพื่อให้ Muse ช้อปปิ้งได้ แต่ก็ยังมีรายงานว่าผู้ใช้บางคน checkout บน Walmart ไม่ผ่าน

งานจองเที่ยวบินก็มีข้อจำกัด Delta Air Lines ป้องกันไม่ให้ AI agent จองตั๋วแทนผู้ใช้ ส่วนบัญชีการเงินของ JPMorgan Chase และ Charles Schwab ถูกบล็อกด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย.

ทางเลือกของเอเจนต์แต่ละรายรับมือกับกำแพงเว็บอย่างไร

ข่าวนี้ระบุว่า Amazon มีรายงานว่าบล็อก Muse, Grok และ Dots โดยข้อมูลส่วนใหญ่ยังมาจากผู้ใช้หรือรายงานบน Reddit ไม่ใช่คำยืนยันจากทุกบริษัท

Factor Meta’s MusexAI’s GrokOpenAI’s Dots
เว็บไซต์ที่มีรายงานว่าถูกบล็อก Amazon และบางบัญชี GoogleAmazonAmazon
ปัญหาที่พบ เข้าเว็บไม่ได้ และบางราย checkout บน Walmart ไม่ผ่าน (รายงานผู้ใช้)ใช้งาน Amazon ไม่ได้ (รายงานผู้ใช้)ใช้งาน Amazon ไม่ได้ (รายงานผู้ใช้)
แนวทางที่ปรากฏในข่าว Meta ระบุว่าอยากร่วมมือกับธุรกิจ และมีพาร์ตเนอร์ค้าปลีกElon Musk กล่าวว่าอาจเริ่มคู่แข่ง AmazonOpenAI ยังไม่มีคำชี้แจงในข่าว

จุดแข็งและข้อจำกัดที่เห็นจากสถานการณ์จริง

แผนภาพระบบนิเวศของ AI agents ที่ทำงานเชื่อมต่อกันผ่านเครือข่ายและบริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต

เอเจนต์ช่วยทำงานแทนผู้ใช้ได้ ตั้งแต่จองร้าน จัดการอีเมล ไปจนถึงซื้อของ และยังมีร้านค้าที่เปิดให้ใช้งานผ่านความร่วมมือกับ Meta, Walmart, Gap, Sephora, Best Buy และ Shopify

ข้อดี

  • +ทำงานแทนผู้ใช้ได้หลายประเภท
  • +เข้าถึงร้านค้าที่เข้าร่วมเครือข่าย
  • +ลดขั้นตอนการทำงานบนเว็บไซต์

ข้อเสีย

  • −เว็บไซต์จำนวนหนึ่งบล็อกการเข้าถึง
  • −ระบบ anti-bot อาจตรวจจับเอเจนต์เป็นภัยคุกคาม
  • −เข้าถึงบัญชีการเงินไม่ได้จากข้อกังวลด้านความปลอดภัย
  • −ข้อพิพาท Amazon–Perplexity ทำให้สถานะทางกฎหมายยังไม่แน่นอน

ราคาที่ไม่ได้อยู่บนหน้าสินค้า

ต้นทุนของ AI agent ไม่ได้จบที่ค่าสมาชิกหรือค่าบริการ แต่รวมถึงงานที่ทำไม่สำเร็จเมื่อเว็บไซต์บล็อกการจองตั๋ว ซื้อสินค้า หรือเข้าถึงบัญชี ความน่าเชื่อถือก็ลดลง เพราะเอเจนต์ที่ควรทำงานแทนเรา กลับใช้ได้แค่บางแพลตฟอร์ม

อีกด้าน ระบบป้องกันบอตอาจมองเอเจนต์เหมือนโปรแกรมที่พยายามหลอกลวงหรือแฮ็ก ทำให้บัญชีถูกบล็อกหรือ checkout ไม่ผ่าน ขณะที่บอต AI ยังเพิ่มภาระให้โครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต และสร้างปัญหาให้กล่องอีเมล จนการใช้งานบนเว็บยิ่งซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม

เมื่อเว็บเลือกเองว่าจะรับลูกค้าที่มากับเอเจนต์หรือไม่

ฝั่งเจ้าของแพลตฟอร์มมองว่าเอเจนต์ต้องเคารพกติกา และบางบริการก็ยอมให้เข้าถึงเฉพาะกรณีที่มีข้อตกลงเรื่องข้อมูล เช่น Yelp ที่กำหนดให้เอเจนต์เข้าร่วม data licensing program ขณะที่ Amazon กังวลว่าการให้เอเจนต์ช้อปแทน อาจลดจำนวนคนที่เห็นโฆษณา

ฝั่งบริษัท AI แย้งว่าเอเจนต์เป็นเหมือนผู้ช่วยหรือพนักงานที่ผู้ใช้จ้างมาทำงานแทน จึงไม่ควรถูกปฏิเสธสิทธิ์แบบเดียวกับบอตทั่วไป ประเด็นจึงไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือเว็บควรเปิดให้เอเจนต์เข้าถึงทุกอย่าง หรือให้แต่ละบริการกำหนดเงื่อนไขของตัวเอง?