หน้าแรก / บทความ / AI & LLM
AI & LLM วิเคราะห์จากสเปค + รีวิว

วิเคราะห์และรีวิว: Seattle Times และ Newsday ฟ้อง OpenAI กับ Microsoft กรณีละเมิดลิขสิทธิ์

วิเคราะห์ประเด็นการฟ้องร้อง OpenAI และ Microsoft โดย Seattle Times กับ Newsday รวมถึงผลกระทบต่อวงการสื่อ เทคโนโลยี AI และการใช้เนื้อหาข่าว

วิเคราะห์และรีวิว: Seattle Times และ Newsday ฟ้อง OpenAI กับ Microsoft กรณีละเมิดลิขสิทธิ์

สรุปสั้นๆ: The Seattle Times และ Newsday ยื่นฟ้อง OpenAI และ Microsoft ต่อศาลรัฐบาลกลางเขต Southern District of New York เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2026 กล่าวหาว่าดึงข้อมูลจากเว็บไซต์ของทั้งสองสำนัก รวมถึงเนื้อหาหลัง paywall ไปใช้ฝึกโมเดลโดยไม่ได้รับอนุญาต

The Seattle Times และ Newsday ยื่นฟ้อง OpenAI และ Microsoft ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ โดยอ้างว่าทั้งสองบริษัทดึงเนื้อหาข่าวจากเว็บไซต์ของสำนักข่าว รวมถึงบทความที่อยู่หลัง paywall ไปใช้เป็นชุดข้อมูลฝึกและขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์อย่าง ChatGPT, Microsoft Copilot และฟีเจอร์ AI ใน Bing

คดีนี้ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลาง U.S. District Court for the Southern District of New York ซึ่งเป็นศาลเดียวกับที่ The New York Times เคยฟ้อง OpenAI และ Microsoft มาก่อนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023

ข้อกล่าวหาในคำฟ้อง: อะไรที่ Seattle Times และ Newsday ยืนยัน

ตามคำฟ้อง Seattle Times และ Newsday ระบุว่าผลิตภัณฑ์ AI ของ OpenAI และ Microsoft สามารถแสดงข้อความจากบทความข่าวของตนได้เกือบคำต่อคำ หรือถอดความใกล้เคียงต้นฉบับมาก จนผู้ใช้ได้คำตอบครบถ้วนโดยไม่ต้องเข้าเว็บไซต์ต้นทางหรือสมัครสมาชิกอ่านข่าวเลย

สิ่งที่ทำให้คำฟ้องนี้แหลมคมกว่าคดีทั่วไปคือข้อกล่าวหาเรื่องการดึงเนื้อหาหลัง paywall ไปด้วย ไม่ใช่แค่หน้าเว็บสาธารณะ ซึ่งถ้าพิสูจน์ได้จริง จะกระทบโมเดลธุรกิจสมาชิกของสำนักข่าวโดยตรง เพราะเนื้อหาที่ควรต้องจ่ายเงินอ่านกลับกลายเป็นสิ่งที่ AI ตอบให้ฟรี

สำหรับคำร้องขอ (relief) ทั้งสองสำนักข่าวเรียกร้องให้ศาลสั่งทำลายสำเนาผลงานของตนที่อยู่ในชุดข้อมูลฝึก รวมถึงโมเดล AI ใดๆ ที่ผสมเนื้อหาของพวกเขาเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นคำขอที่หนักกว่าการเรียกค่าเสียหายอย่างเดียว เพราะถ้าศาลสั่งจริง อาจกระทบการทำงานของโมเดลที่ฝึกมาแล้วโดยตรง

โลโก้ Seattle Times และ Newsday ในบริบทคดีฟ้อง OpenAI และ Microsoft

เงินทุนวิจัยข่าวจาก Microsoft และ OpenAI: ความย้อนแย้งที่ทำให้คดีนี้ต่างออกไป

จุดที่ทำให้คดีนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษคือ Microsoft และ OpenAI เคยให้ทุนสนับสนุนโครงการข่าวและทุนฝึกงานนักข่าว (fellowship) ที่ Seattle Times มาก่อน นั่นแปลว่าฝ่ายที่ถูกฟ้องเคยเป็นผู้สนับสนุนงานข่าวของโจทก์เอง

ความสัมพันธ์แบบนี้ทำให้คดีซับซ้อนกว่าคดีลิขสิทธิ์ทั่วไป เพราะไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายว่าใครทำผิดใครทำถูก แต่ยังมีมิติความสัมพันธ์ทางธุรกิจและความไว้ใจที่เคยมีต่อกันเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าเป็นผมนะ มองว่าตรงนี้แหละที่ทำให้คำฟ้องฉบับนี้น่าติดตามกว่าคดีอื่นๆ ที่ผ่านมา เพราะมันแสดงให้เห็นว่าแม้แต่คู่ที่เคยร่วมมือกันก็ยังไปถึงจุดฟ้องร้องกันได้ เมื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจขัดกันมากพอ

Microsoft ตอบกลับต่อสาธารณะว่ารู้สึกประหลาดใจกับการฟ้อง แต่ยืนยันว่าพร้อมเจรจาหาทางออกร่วมกับสำนักข่าว ซึ่งเป็นท่าทีที่ต่างจากการสู้คดีแบบแข็งกร้าวเต็มตัว

สำนักงาน Newsday สื่อท้องถิ่นที่ร่วมยื่นฟ้อง OpenAI และ Microsoft

ย้อนไทม์ไลน์คดีฟ้อง AI ของสำนักข่าว ตั้งแต่ NYT ถึงล่าสุด

คดีของ Seattle Times และ Newsday ไม่ใช่คดีแรกที่สำนักข่าวฟ้อง OpenAI และ Microsoft เรื่องการนำเนื้อหาไปฝึก AI The New York Times เป็นรายแรกๆ ที่ยื่นฟ้องประเด็นนี้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 และหลังจากนั้นก็มีสำนักข่าวอื่นทยอยยื่นฟ้องตามมาอีกหลายราย

Factor The New York Times (ธ.ค. 2023)Seattle Times และ Newsday (ก.ย. 2026)
ศาลที่ยื่นฟ้อง U.S. District Court, SDNYU.S. District Court, SDNY
จำเลย OpenAI, MicrosoftOpenAI, Microsoft
ข้อกล่าวหาหลัก ใช้บทความหลายล้านชิ้นฝึก AI โดยไม่ได้รับอนุญาตดึงเนื้อหาเว็บไซต์รวมถึงหลัง paywall ไปฝึกและขับเคลื่อน AI
ความสัมพันธ์กับจำเลยก่อนฟ้อง ไม่มีความสัมพันธ์ทุนสนับสนุนโดยตรงเคยรับทุนสนับสนุนงานข่าวจาก Microsoft และ OpenAI
คำขอต่อศาล ค่าเสียหายและคำสั่งห้ามใช้เนื้อหาสั่งทำลายสำเนาเนื้อหาและโมเดลที่ผสมเนื้อหาของโจทก์

สิ่งที่เหมือนกันในทุกคดีคือประเด็นหลักไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือ AI ควรได้รับอนุญาตหรือจ่ายค่าตอบแทนก่อนนำงานข่าวไปฝึกโมเดลหรือไม่ ส่วนสิ่งที่ต่างออกไปในคดีล่าสุดคือรายละเอียดข้อกล่าวหาเรื่องเนื้อหาหลัง paywall และคำขอให้ทำลายโมเดลที่ฝึกไปแล้ว ซึ่งเป็นคำขอที่หนักกว่าคดีก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด

เอกสารคำฟ้องคดีลิขสิทธิ์ AI ในศาลสหรัฐฯ

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้ ถ้าศาลตัดสินให้สำนักข่าวชนะ

ผลของคดียังไม่มีคำตัดสิน แต่ทิศทางที่น่าจับตามีอยู่สองด้าน ด้านแรกคือถ้าศาลเห็นด้วยกับสำนักข่าวและสั่งให้ทำลายชุดข้อมูลฝึกหรือโมเดลที่ผสมเนื้อหาของโจทก์จริง นั่นจะเป็นบรรทัดฐานที่กดดันบริษัท AI ทุกรายให้ต้องตรวจสอบแหล่งข้อมูลฝึกอย่างเข้มงวดขึ้นมาก

ด้านที่สองคือท่าทีของ Microsoft ที่ประกาศพร้อมเจรจา อาจนำไปสู่การเจรจาข้อตกลงใบอนุญาตใช้เนื้อหาแบบที่บริษัท AI รายอื่นเคยทำกับสำนักข่าวบางแห่งมาก่อน ซึ่งจะเป็นทางออกที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์มากกว่าการสู้คดีจนถึงที่สุด

ไม่ว่าผลจะออกมาทางไหน คดีนี้ตอกย้ำว่าความสัมพันธ์ระหว่างสำนักข่าวกับบริษัท AI กำลังเข้าสู่จุดที่ต้องตกลงกันชัดเจนเรื่องการใช้เนื้อหา ไม่ใช่ปล่อยให้คลุมเครือแบบที่ผ่านมาอีกต่อไป