หน้าแรก / บทความ / AI & LLM
AI & LLM วิเคราะห์จากสเปค + รีวิว

วิเคราะห์และรีวิว GPT-6 Astra: โมเดลของ OpenAI เล่น Portal จบเองภายใน 24 ชั่วโมง ด้วยต้นทุนโทเคนเพียง 571 ดอลลาร์

วิเคราะห์ความสามารถ ต้นทุน และความหมายของ GPT-6 Astra หลังโมเดลสามารถเล่นเกม Portal จบได้ด้วยตัวเองภายใน 24 ชั่วโมง

วิเคราะห์และรีวิว GPT-6 Astra: โมเดลของ OpenAI เล่น Portal จบเองภายใน 24 ชั่วโมง ด้วยต้นทุนโทเคนเพียง 571 ดอลลาร์

GPT-6 Astra คืออะไร และเกิดอะไรขึ้นกับ Portal

GPT-6 Astra คือโมเดลล่าสุดของ OpenAI ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2026 โดยวางจุดขายไว้ที่ความสามารถควบคุมคอมพิวเตอร์ เช่น กรอกฟอร์ม ทำงานกับสเปรดชีต และท่องเว็บแทนคนได้ด้วยความเร็วสูง

เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา นักวิจัยสมัครเล่นที่ใช้ชื่อบัญชี cozyblaze บน X ได้เชื่อมต่อ Astra เข้ากับเกม Portal ของ Valve แล้วปล่อยให้โมเดลเล่นเองทั้งหมด ผลคือ Astra ผ่านห้องทดสอบทุกห้อง หนีออกจากศูนย์วิจัย และเอาชนะ GLaDOS ได้โดยไม่มีคนเข้าไปช่วยตัดสินใจระหว่างทาง ใช้การเรียกเครื่องมือ (tool call) ทั้งหมด 3,336 ครั้ง กินเวลาเกือบ 24 ชั่วโมง ด้วยต้นทุน API รวม 571.18 ดอลลาร์

โลโก้ OpenAI พร้อมภาพประกอบแขนกลสื่อถึงการทำงานแบบ AI agent
OpenAI เดินหน้าผลักดันโมเดลที่ทำงานควบคุมคอมพิวเตอร์แทนคนได้ต่อเนื่องมากขึ้น

เบื้องหลังการทดลอง: cozyblaze ควบคุมเกมอย่างไร

ระบบที่ใช้ไม่ใช่แค่ปล่อยให้ Astra กดปุ่มเอง แต่ cozyblaze ต่อโมเดลเข้ากับเกมผ่าน Model Context Protocol (MCP) ร่วมกับ SourcePauseTool ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นักสปีดรันเกมใช้หยุดเวลาในเกมได้ตามต้องการ

วิธีทำงานคือเกมจะหยุดนิ่งทุกครั้งที่ต้องตัดสินใจ ให้ Astra วิเคราะห์ภาพหน้าจอและพิกัดตัวละคร แล้วส่งชุดคำสั่งเดินหน้าถัดไปออกมา จากนั้นเกมจึงจะเดินต่อเพื่อรันคำสั่งนั้นจริง พูดง่ายๆ คือคนวางโครงเครื่องมือและจังหวะหยุด-เดินไว้ให้ล่วงหน้า ส่วนที่ Astra ทำเองคือการอ่านสถานการณ์และตัดสินใจแต่ละก้าวเท่านั้น

24 ชั่วโมงที่เป็นข่าว กับเวลาที่เล่นจริงเพียง 2 ชั่วโมง

ตัวเลข “เกือบ 24 ชั่วโมง” ที่ถูกพูดถึงมากคือเวลารวมทั้งหมดของการรัน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 23 ชั่วโมง 43 นาที แต่ถ้าตัดช่วงที่เกมหยุดรอ Astra คิดออกไป เวลาที่ตัวละครเคลื่อนไหวจริงในเกมเหลือเพียงราว 2 ชั่วโมงเท่านั้น

นั่นแปลว่าเวลาส่วนใหญ่ของการทดลองหมดไปกับการที่โมเดลหยุดวิเคราะห์ภาพและวางแผนก่อนขยับแต่ละครั้ง ไม่ใช่การเล่นเกมต่อเนื่องแบบที่หัวข้อข่าวอาจทำให้เข้าใจไปก่อน

ต้นทุน 571.18 ดอลลาร์ นับรวมอะไรบ้าง

ตัวเลขนี้คำนวณจากอัตราค่าโทเคนมาตรฐานของ Astra คือ 10 ดอลลาร์ต่อโทเคนอินพุตหนึ่งล้านตัว และ 50 ดอลลาร์ต่อโทเคนเอาต์พุตหนึ่งล้านตัว ซึ่งแพงกว่าโมเดลรุ่นก่อนของ OpenAI ราว 2.5 เท่า

ภาพประกอบธีมการเปิดตัวโมเดลภาษาใหม่ของ OpenAI
ภาพประกอบ

แต่ cozyblaze ชี้แจงในภายหลังว่าเงินที่จ่ายจริงมาจากแพ็กเกจ Codex Pro ราคาคงที่ 200 ดอลลาร์ต่อเดือนที่สมัครไว้อยู่แล้ว ไม่ได้จ่ายตามการใช้งานจริง 571.18 ดอลลาร์ ตัวเลขนี้จึงควรอ่านว่าเป็น “มูลค่าโทเคนตามราคา API มาตรฐาน” มากกว่าเงินที่ควักจ่ายเพิ่มจริงในการทดลองครั้งนี้

ข้อจำกัดที่ทำให้ผลนี้ยังไม่ใช่บทพิสูจน์ทั้งหมด

cozyblaze เองเป็นคนออกตัวก่อนว่าไม่ควรอ่านผลนี้เกินจริง เพราะ Portal เป็นเกมที่ถูกไขปริศนาและเผยแพร่วิธีเล่นบนอินเทอร์เน็ตมานานกว่าทศวรรษ การที่ Astra ผ่านเกมนี้ได้จึงยังไม่ใช่หลักฐานว่าโมเดลจะแก้เกมหรือปัญหาที่ไม่เคยมีใครเคยแก้มาก่อนได้เช่นกัน cozyblaze เรียกการทดลองนี้ตรงๆ ว่า “ยังไม่ถึงขั้นเป็น benchmark ที่รัดกุม และยังมีปัญหาหลายอย่างที่ไม่ได้ถูกไขในรอบนี้”

ผมว่าจุดนี้สำคัญกว่าตัวเลขต้นทุนหรือเวลาเสียอีก เพราะกระบวนการที่เห็นเหมือนดูนักสปีดรันที่จำแพทเทิร์นของด่านได้ขึ้นใจ มากกว่านักผจญภัยที่ต้องคิดวิธีแก้ปริศนาที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ สิ่งที่ยืนยันได้แน่ๆ คือ Astra รักษาเป้าหมายและทำตามแผนต่อเนื่องได้ยาวถึง 3,336 ขั้นตอนโดยไม่มีคนแทรกการตัดสินใจ ส่วนเรื่องแก้ปัญหาใหม่ทั้งหมดด้วยตัวเองยังต้องรอการทดสอบกับงานที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปให้เจออีกที

ภาพประกอบโลโก้ OpenAI กับธีมโมเดลภาษารุ่นถัดไป
ภาพประกอบ

Astra เทียบกับโมเดลรุ่นก่อนของ OpenAI ต่างกันตรงไหนที่ยืนยันได้

จากข้อมูลที่มี ความต่างที่ยืนยันได้ชัดคือเรื่องราคาและหลักฐานการทำงานต่อเนื่องยาว ส่วนเรื่องอื่นอย่างความเร็วหรือความแม่นยำเทียบตัวเลขยังไม่มีข้อมูลจากแหล่งข่าวนี้

Factor โมเดลรุ่นก่อนของ OpenAIGPT-6 Astra
ราคาต่อโทเคนอินพุต (1 ล้านตัว) ต่ำกว่า Astra10 ดอลลาร์
ราคาต่อโทเคนเอาต์พุต (1 ล้านตัว) ต่ำกว่า Astra50 ดอลลาร์
อัตราส่วนราคาเทียบรุ่นก่อน 1 เท่า (ฐาน)ประมาณ 2.5 เท่า
วันเปิดตัว ก่อนหน้า3 กันยายน 2026
หลักฐานทำงานต่อเนื่องระดับหลายพันขั้นตอนโดยไม่มีคนแทรก ไม่มีข้อมูลยืนยันในแหล่งข่าวนี้ยืนยันแล้วจากกรณี Portal (3,336 tool call)

ตารางนี้จึงบอกได้แค่ว่า Astra แพงขึ้นและมีหลักฐานทำงานยาวต่อเนื่องกว่าที่เคยเห็น ไม่ได้บอกว่าฉลาดกว่าหรือแม่นยำกว่ารุ่นก่อนในทุกด้าน

จุดเด่นและข้อจำกัดของ GPT-6 Astra ในงานแบบ agent

ข้อดี

  • +ทำงานต่อเนื่องได้จริงโดยไม่ต้องมีคนสั่งทีละขั้น ตามที่ยืนยันจากกรณี Portal
  • +อ่านภาพหน้าจอและพิกัดแบบเรียลไทม์เพื่อวางแผนก้าวถัดไปได้
  • +รักษาเป้าหมายเดิมไว้ได้ตลอดภารกิจยาวถึง 3,336 ขั้นตอน

ข้อเสีย

  • ราคาแพงขึ้นราว 2.5 เท่าจากโมเดลรุ่นก่อน
  • Portal เป็นเกมที่มีวิธีผ่านด่านเผยแพร่อยู่ทั่วอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว จึงยังไม่พิสูจน์การแก้ปัญหาที่ไม่เคยเจอมาก่อน
  • ต้องอาศัยเครื่องมือที่คนออกแบบไว้ล่วงหน้า (MCP และ SourcePauseTool) ไม่ใช่ระบบที่ตั้งค่าตัวเองทั้งหมด

ความหมายต่อทิศทาง AI agent จากนี้ไป

เคสนี้มีความหมายเกินกว่าแค่ “AI เล่นเกมจบ” เพราะสิ่งที่ยืนยันได้จริงคือ Astra รักษาแผนและตัดสินใจต่อเนื่องได้หลายพันขั้นตอนโดยไม่มีคนแทรก ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับงานควบคุมคอมพิวเตอร์จริง เช่น กรอกฟอร์มหรือจัดการสเปรดชีตยาวๆ ตามที่ OpenAI วางบทบาทของโมเดลนี้ไว้

แต่สิ่งที่ยังต้องรอดูคือโมเดลจะรับมือกับงานที่ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปในโลกออนไลน์อยู่แล้วได้ดีแค่ไหน และราคาที่แพงขึ้น 2.5 เท่าจะคุ้มกับงานจริงในระยะยาวหรือไม่ เพราะ Portal เป็นสนามทดสอบที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับโมเดลตั้งแต่ต้น