
อับดุลราห์มาน อัลโฟซาน วิศวกร OpenAI วัย 35 ปี ถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาใช้อุปกรณ์ดักฟังเสียง หลังพบเครื่องบันทึกเสียงซ่อนอยู่ในห้องประชุมผู้บริหารที่สำนักงานใหญ่ซานฟรานซิสโก อุปกรณ์ถูกเสียบเข้าพอร์ต USB ด้านหลังโทรทัศน์และห่อไว้ด้วยกระดาษชำระ
อัยการระบุว่า กระเป๋าที่ถูกทิ้งไว้ในสำนักงานมีอุปกรณ์บันทึกเสียงอีกชิ้น พร้อมกระเป๋าสตางค์และบัตรประจำตัวของเขา ห้องดังกล่าวใช้ประชุมเรื่องข้อมูลลับด้านเทคนิค การค้า แผนผลิตภัณฑ์ และกลยุทธ์ของ OpenAI.
เกิดอะไรขึ้นที่ห้องประชุมผู้บริหาร
อัยการกลางสหรัฐฯ กล่าวหาว่า Abdulrahman Alfozan วิศวกร OpenAI ซ่อนอุปกรณ์บันทึกเสียงไว้ในห้องประชุมผู้บริหาร เพื่อดักฟังการสนทนา เขาถูกจับกุมเมื่อวันศุกร์ และยังถูกควบคุมตัวหลังขึ้นศาลครั้งแรกในวันอังคาร
คดีนี้ตั้งข้อหาใช้อุปกรณ์เพื่อดักรับการสื่อสารด้วยเสียง โดยอัยการมองว่าห้องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับข้อมูลลับของบริษัท ทั้งงานวิจัย แผนผลิตภัณฑ์ และการหารือเชิงกลยุทธ์.
ผู้ต้องหาคือใคร และสถานะคดีอยู่ที่ไหน
Abdulrahman Alfozan อายุ 35 ปี เป็นชาวซาอุดีอาระเบีย และทำงานเป็นวิศวกรที่ OpenAI ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 เขาเป็นผู้พำนักถาวรอย่างถูกกฎหมายในสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2020
ตอนนี้ Alfozan ยังถูกควบคุมตัวระหว่างดำเนินคดี หลังขึ้นศาลรัฐบาลกลางครั้งแรกเมื่อวันอังคาร คดีอยู่ในการดำเนินการของอัยการสหรัฐฯ ในเขต Northern District of California.
เส้นเวลาตั้งแต่อุปกรณ์ถูกติดตั้งจนถึงการจับกุม
- ราววันที่ 28 กันยายน อุปกรณ์ถูกติดตั้งไว้ด้านหลังโทรทัศน์ในห้องประชุมผู้บริหาร
- วันที่ 30 กันยายน พนักงานพบอุปกรณ์ดังกล่าว โดยข้อมูลในอุปกรณ์ถูกเข้ารหัส
- วันที่ 5 ตุลาคม พบกระเป๋าที่ถูกทิ้งไว้ในเครื่องพิมพ์ ภายในมีกระเป๋าสตางค์ บัตรประจำตัว และอุปกรณ์บันทึกเสียงชิ้นที่สอง
- วันที่ 6 ตุลาคม Alfozan มารับกระเป๋าคืน แต่อุปกรณ์ชิ้นที่สองหายไปแล้ว
- ต่อมาในวันศุกร์ เขาถูกจับกุมในข้อหาใช้หรือพยายามใช้อุปกรณ์ดักรับการสื่อสารทางวาจา
อุปกรณ์ถูกซ่อนและค้นพบอย่างไร
อุปกรณ์บันทึกเสียงถูกเสียบเข้าพอร์ต USB ด้านหลังโทรทัศน์ในห้องประชุมผู้บริหาร และซ่อนไว้ในกระดาษชำระ เนื้อหาภายในอุปกรณ์ถูกเข้ารหัส ทำให้ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
ทีม Technical Surveillance Countermeasures ของ OpenAI พบอุปกรณ์ระหว่างการตรวจห้องประชุม ก่อนส่งเรื่องให้ FBI ดำเนินการต่อ
หลักฐานจากกล้องวงจรปิดและกระเป๋าที่ถูกทิ้งไว้
อัยการระบุว่ากล้องวงจรปิดจับภาพอับดุลราห์มาน อัลโฟซานอยู่ใกล้ห้องประชุมหลายวัน ทั้งที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปหรือเข้าร่วมการประชุมในห้องนั้น
วันที่ 5 ตุลาคม เขาถูกกล่าวหาว่าทิ้งกระเป๋าไว้ในเครื่องพิมพ์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพบกระเป๋าสตางค์ บัตรประจำตัว และอุปกรณ์บันทึกเสียงอีกชิ้น ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับอุปกรณ์ที่พบในห้องประชุม.
บัญชี chatbot ถูกใช้ค้นหาข้อมูลอะไรบ้าง
อัยการกล่าวหาว่าบัญชี chatbot ที่เชื่อมโยงกับคู่สมรสของอัลโฟซานใช้ตัวระบุร่วมกับบัญชีของเขา โดยส่งคำถามระหว่างวันที่ 24–30 กันยายน เกี่ยวกับที่อยู่ของอาคาร ห้องประชุม ความจุห้อง ปฏิทิน รวมถึงสถานที่ประชุมของผู้บริหารและพันธมิตรภายนอก
คำถามยังครอบคลุมการสร้างอุปกรณ์บันทึกเสียง การติดตั้ง การซ่อน การเข้าถึงจากระยะไกล และการเข้ารหัส SD card โดยวันที่ 27 และ 28 กันยายน มีคำถามเกี่ยวกับอุปกรณ์รุ่นเดียวกับที่พบภายหลัง รวมถึง MAC address เฉพาะของอุปกรณ์นั้น
อุปกรณ์ Seeed XIAO ESP32-S3 Sense มีลักษณะอย่างไร
เอกสารคดีระบุว่าอุปกรณ์คือบอร์ดพัฒนา Seeed XIAO ESP32-S3 Sense ขนาดประมาณนิ้วโป้ง จึงซ่อนในจุดเล็กๆ ได้ไม่ยาก
ตัวบอร์ดมีเซ็นเซอร์กล้องแบบถอดได้ ไมโครโฟนดิจิทัล และพื้นที่เก็บข้อมูลแบบ microSD ลักษณะนี้ทำให้อุปกรณ์เหมาะกับงานบันทึกเสียงและเก็บข้อมูลในตัวครับ
ห้องประชุมนี้มีข้อมูลประเภทใดอยู่ภายใน
ตามคำร้องของอัยการ การประชุมในห้องนี้มักเกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญหลายด้าน ทั้งข้อมูลทางเทคนิค การค้า และกลยุทธ์ของบริษัท
ตัวอย่างคือ งานวิจัยที่เป็นกรรมสิทธิ์ แผนผลิตภัณฑ์ และการติดต่อกับหน่วยงานรัฐบาล จึงเป็นข้อมูลที่กระทบทั้งทิศทางธุรกิจและความมั่นคงของเทคโนโลยีได้ครับ
การตรวจสอบอุปกรณ์และข้อมูลที่เข้ารหัส
OpenAI ตรวจสอบอุปกรณ์ชิ้นที่สองแล้วพบว่า มี recording microcontroller สำหรับบันทึกเสียง และถูกปรับแต่งเพื่อทำให้ข้อมูลที่จัดเก็บตรวจสอบได้ยาก รวมถึงอาจเกี่ยวข้องกับเสียงที่ถูกดักฟังตามเอกสารของ FBI
ทีมงานยังใช้โมเดล AI วิเคราะห์ forensic images ของพื้นที่จัดเก็บข้อมูล เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลภายในอุปกรณ์ ขณะที่อุปกรณ์อีกชิ้นมีข้อมูลถูกเข้ารหัส ทำให้การตรวจสอบต้องอาศัยทั้งการวิเคราะห์อุปกรณ์และข้อมูลดิจิทัลประกอบกัน
OpenAI และ FBI ตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างไร
OpenAI ระบุว่า หลังพนักงานพบอุปกรณ์ ทีมงานใช้โมเดล AI ตรวจสอบว่าอุปกรณ์คืออะไรและมาจากไหน ก่อนส่งเรื่องให้ FBI ดำเนินการต่อ
FBI ระบุว่า การปกป้องนวัตกรรม AI ของสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญด้าน counterintelligence พร้อมย้ำว่าจะปกป้องงานวิจัยที่มีความอ่อนไหวและเทคโนโลยีกรรมสิทธิ์อย่างจริงจัง.
ข้อกล่าวหา บทลงโทษ และสิ่งที่ยังไม่ยืนยัน

อัยการกลางกล่าวหา Abdulrahman Alfozan ว่าใช้งานหรือพยายามใช้อุปกรณ์เพื่อดักฟังการสื่อสารทางวาจา หลังพบอุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องประชุมผู้บริหาร แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นข้อกล่าวหา และยังไม่มีคำตัดสินว่ามีความผิด
หากศาลพิพากษาว่าผิด เขาอาจถูกจำคุกสูงสุด 5 ปี ปรับ 250,000 ดอลลาร์ และมีการควบคุมความประพฤติ 3 ปี ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับเจตนาและการกระทำจริง ต้องรอการพิจารณาในชั้นศาลต่อไป.
คดีนี้สะท้อนความเสี่ยงต่อบริษัท AI อย่างไร

ความเสี่ยงหลักคือห้องประชุมนี้เกี่ยวข้องกับข้อมูลลับหลายด้าน ทั้งงานวิจัยของบริษัท แผนผลิตภัณฑ์ ข้อมูลเชิงพาณิชย์ และการติดต่อกับรัฐบาล ตามที่เอกสารคดีระบุ หากข้อมูลถูกดักฟังหรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็อาจกระทบทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีและการตัดสินใจเชิงธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม เอกสารคดียังไม่ได้ยืนยันว่ามีข้อมูลใดถูกนำออกไปหรือถูกส่งต่อจริง ข้อกล่าวหาที่มีตอนนี้คือพบอุปกรณ์บันทึกเสียงที่เข้ารหัส และอุปกรณ์อีกชิ้นที่ถูกปรับแต่งให้ตรวจจับได้ยาก จึงต้องรอการพิสูจน์ในชั้นศาลต่อไป
จากอุปกรณ์ที่ถูกพบสู่คดีความมั่นคงแห่งชาติ
เครก มิสซาเคียน อัยการสหรัฐฯ กล่าวว่า “สำหรับเรา เรื่องนี้เป็นประเด็นความมั่นคงแห่งชาติ” สะท้อนว่าคดีไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงการละเมิดความเป็นส่วนตัวในบริษัทเท่านั้น
คดีนี้ถูกดำเนินการโดย National Security, Cyber & Special Prosecutions Section ของสำนักงานอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย จากนี้ข้อกล่าวหาจะเข้าสู่กระบวนการศาล โดยผู้ต้องหายังคงอยู่ในการควบคุมตัวและต้องรอการพิสูจน์ตามขั้นตอนกฎหมาย