OpenAI, Anthropic และ Nvidia ใช้เงินล็อบบี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสกรกฎาคม–กันยายน 2026
สรุปสั้นๆ: OpenAI, Anthropic และ Nvidia ใช้เงินล็อบบี้รวมเกือบ 6 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสล่าสุด เพื่อผลักดันประเด็นความปลอดภัยของ AI การแข่งขัน พลังงานดาต้าเซ็นเตอร์ และการควบคุมการส่งออก สะท้อนว่าการกำหนดนโยบายกลายเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจ AI
ทั้งสามบริษัทใช้เงินรวมเกือบ 6 ล้านดอลลาร์ โดย Nvidia ใช้ 2.2 ล้านดอลลาร์, Anthropic 2.1 ล้านดอลลาร์ และ OpenAI 1.5 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สะท้อนว่าบริษัท AI ให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายมากขึ้น
ประเด็นที่ผลักดันครอบคลุมความปลอดภัยของ AI หรือ AI safety (แนวทางลดความเสี่ยงจากการพัฒนาและใช้งานปัญญาประดิษฐ์), ไซเบอร์ซีเคียวริตี (การรักษาความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูล), การแข่งขัน, พลังงานสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ และการควบคุมการส่งออก พูดง่ายๆ คือสมรภูมิของ AI ไม่ได้อยู่แค่ในห้องวิจัย แต่อยู่ในสภาและหน่วยงานรัฐด้วย

เงินก้อนใหญ่กำลังไหลไปที่ไหน
ช่วงกรกฎาคมถึงกันยายน Nvidia ใช้เงินล็อบบี้ 2.2 ล้านดอลลาร์ ตามด้วย Anthropic 2.1 ล้านดอลลาร์ และ OpenAI 1.5 ล้านดอลลาร์ ทั้งหมดเป็นไตรมาสที่ใช้เงินสูงสุดของแต่ละบริษัท
ตัวเลขนี้ชี้ว่า บริษัท AI กำลังลงแรงกับการคุยนโยบายจริงจังขึ้น เพราะกติกาเรื่อง AI safety, cybersecurity, การแข่งขัน และ data center ล้วนกระทบธุรกิจโดยตรง
ถ้าเป็นผม ผมมองว่าตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ค่าใช้จ่ายประชาสัมพันธ์ แต่เป็นเหมือนการซื้อที่นั่งในห้องที่กำลังเขียนกติกาของอุตสาหกรรม
เบื้องหลังตัวเลขเกือบหกล้านดอลลาร์
ช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่บริษัท AI เคลื่อนไหวทางการเมืองเข้มข้นขึ้น ทั้ง Nvidia, Anthropic และ OpenAI ต่างมีไตรมาสที่ใช้งบล็อบบี้สูงที่สุดของตัวเอง
ปลายเดือนกันยายน ผู้นำบริษัทเทคโนโลยีหลายรายเข้าร่วมมื้อกลางวันที่ทำเนียบขาวกับประธานาธิบดี Donald Trump จนนำไปสู่ข้อตกลงความปลอดภัย AI แบบ “morally binding”

เบื้องหลังยังมีการหารือกับฝ่ายนิติบัญญัติและหน่วยงานรัฐอย่างต่อเนื่อง เกิดขึ้นก่อน Trump แต่งตั้ง AI czar และคณะทำงาน สะท้อนว่าการกำหนดกติกา AI กลายเป็นเรื่องที่บริษัทปล่อยผ่านไม่ได้แล้ว
จากบริษัทเทคโนโลยีสู่ผู้เล่นในวอชิงตัน
ตัวเลขไตรมาสล่าสุดสะท้อนว่า OpenAI, Anthropic และ Nvidia เพิ่มน้ำหนักในวอชิงตันชัดเจนขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า
| Factor | ไตรมาสล่าสุด | ช่วงก่อนหน้า |
|---|---|---|
| OpenAI | $1.5 million | ไม่เคยเกิน $1 million ต่อไตรมาสในปีนี้ |
| Anthropic | $2.1 million | สูงสุดเพียงเล็กน้อยเกิน $1 million ในปีก่อน |
| Nvidia | $2.2 million | ยังไม่เคยเกิน $2 million |
การใช้เงินระดับนี้ไม่ได้แปลว่าบริษัทเห็นตรงกันทุกเรื่อง แต่บอกได้ว่าการเข้าไปมีส่วนร่วมกับนโยบายกลายเป็นงานหลักของธุรกิจ AI แล้ว
ในภาพนี้ Anthropic อาจเป็น “น้องเล็ก” ที่กำลังเร่งสร้างอิทธิพล ขณะที่ Nvidia ทำหน้าที่คล้าย “พี่ใหญ่” ของโครงสร้างพื้นฐาน AI
แต่ละบริษัทกำลังผลักดันเรื่องอะไร
Anthropic สนใจกฎหมายความปลอดภัยเด็กและการควบคุมการส่งออก รวมถึงคำสั่งบริหารที่เปลี่ยนชื่อ AI เป็น “Super Intelligence” และกติกาให้ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูลรับผิดชอบต้นทุนพลังงานเอง
OpenAI ผลักดันการประเมิน cybersecurity ของโมเดลแนวหน้า กรอบกำกับดูแลความปลอดภัย AI รวมถึงประเด็นลิขสิทธิ์และการแข่งขัน
Nvidia เข้าไปคุยเรื่องเครือข่าย 6G การออกแบบ AI อย่างรับผิดชอบ คอมพิวเตอร์ควอนตัม และนโยบายควบคุมการส่งออก

ส่วน Apple สนใจการให้แอปสโตร์ตรวจสอบอายุผู้ใช้ ความปลอดภัยเด็ก การแข่งขัน ภาษี และการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศ
บริษัท AI เทียบกับผู้เล่นเทคโนโลยีรายใหญ่
ตัวเลขไตรมาสนี้สะท้อนว่า AI firms เริ่มขยับเข้าใกล้ระดับการล็อบบี้ของ Big Tech แล้ว แต่ Microsoft และ Google ยังมีประวัติใช้เงินต่อเนื่องสูงกว่าในหลายช่วง
| Factor | Nvidia | Anthropic | OpenAI | Microsoft | Apple | |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินล็อบบี้ไตรมาสนี้ | 2.2 ล้านดอลลาร์ | 2.1 ล้านดอลลาร์ | 1.5 ล้านดอลลาร์ | อย่างน้อย 2 ล้านดอลลาร์ | มักเกิน 3 ล้านดอลลาร์ | 3.1 ล้านดอลลาร์ |
| ข้อมูลแนวโน้ม | ครั้งแรกที่เกิน 2 ล้านดอลลาร์ | สูงสุดของบริษัท | สูงสุดของบริษัท | อย่างน้อย 2 ล้านดอลลาร์ต่อไตรมาสตั้งแต่ปี 2021 | ใช้เกิน 3 ล้านดอลลาร์เป็นประจำ | ไตรมาสแรกที่เกิน 3 ล้านดอลลาร์ |
ภาพรวมคือ Nvidia, Anthropic และ OpenAI กำลังเพิ่มน้ำหนักใน Washington อย่างจริงจัง ขณะที่ Microsoft, Google และ Apple มีฐานการล็อบบี้ที่ยาวนานกว่าแล้ว
ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ บริษัท AI รุ่นใหม่กำลังเดินจากโต๊ะทดลองไปนั่งโต๊ะเจรจาเดียวกับพี่ใหญ่ของวงการเทคโนโลยี
สิ่งที่ตัวเลขนี้บอกเรา และสิ่งที่ยังตอบไม่ได้
เอกสารล็อบบี้ช่วยให้เห็นว่า AI safety, cybersecurity, พลังงานสำหรับ data center และการแข่งขัน กลายเป็นประเด็นสำคัญของบริษัทเหล่านี้ การมีส่วนร่วมยังครอบคลุมทั้งสภาคองเกรส ทำเนียบขาว และหน่วยงานรัฐหลายแห่ง
แต่ข้อมูลนี้ยังไม่บอกว่าแต่ละบริษัทผลักดันนโยบายสำเร็จแค่ไหน โดยเฉพาะ OpenAI ที่เปิดเผยหัวข้อในระดับสูง และตัวเลขการใช้จ่ายก็ยังเทียบไม่ได้ตรงๆ กับบริษัทเทคโนโลยีที่มีฐานงานใน Washington มานาน
ข้อดี
- +เห็นประเด็นที่บริษัทให้ความสำคัญและทิศทางการมีส่วนร่วมทางนโยบาย
- +สะท้อนความสำคัญของ AI safety, cybersecurity, พลังงาน และการแข่งขัน
ข้อเสีย
- −เอกสารของ OpenAI ระบุหัวข้อในระดับสูง จึงยังสรุปผลลัพธ์ของการล็อบบี้ไม่ได้
- −ตัวเลขของบริษัท AI ยังไม่สูงเท่าบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่บางแห่ง
ภาระนโยบายที่อยู่นอกตัวเลขล็อบบี้
บทความต้นทางไม่ได้ระบุต้นทุนรวมอื่นๆ เป็นตัวเงิน แต่ประเด็นที่บริษัทเข้าไปผลักดันสะท้อนภาระเชิงนโยบายที่กว้างกว่างบล็อบบี้ ทั้งการกำกับดูแลความปลอดภัยของ AI และการประเมิน cybersecurity ของ frontier models
อีกด้านคือการพัฒนาศูนย์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับค่าไฟ การควบคุมการส่งออก และการแข่งขันในอุตสาหกรรม ดังนั้นราคาที่ต้องจับตาอาจไม่ได้อยู่แค่ค่าใช้จ่ายของบริษัท แต่อยู่ที่กติกาและผลกระทบต่อผู้พัฒนา ผู้ใช้ และหน่วยงานรัฐด้วย
หลังเลือกตั้งกลางเทอม ประเด็นนี้จะไปทางไหน
หลังการเลือกตั้งกลางเทอมปีนี้ มีความเป็นไปได้ที่พรรคเดโมแครตจะกลับมาคุมเสียงข้างมากในสภาบางส่วน ซึ่งอาจทำให้บริษัท AI ยิ่งต้องเพิ่มการล็อบบี้กับฝ่ายนิติบัญญัติที่มองว่าการเข้าควบคุมอุตสาหกรรม AI เป็นประเด็นที่เอื้อต่อคะแนนเสียง เพราะเรื่องการพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์และความปลอดภัยของ AI ยังอยู่ในความสนใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก งบล็อบบี้ของบริษัทเหล่านี้จึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อไป ไม่ว่าพรรคใดจะคุมเสียงข้างมากในปีหน้า