หน้าแรก / บทความ / Hardware
Hardware วิเคราะห์จากสเปค + รีวิว

ยอดขายเมนบอร์ดร่วง 25% — เมื่อ AI กลืนกินหน่วยความจำจนคนประกอบ PC ไม่ไหว

วิเคราะห์สาเหตุที่ยอดขายเมนบอร์ดร่วงกว่า 25% ทุกแบรนด์ เพราะ RAM แพงจาก AI boom จน DIY PC builder ถอดใจ

ยอดขายเมนบอร์ดร่วง 25% — เมื่อ AI กลืนกินหน่วยความจำจนคนประกอบ PC ไม่ไหว

ตลาด Motherboard กำลังพังทลาย — ยอดร่วงกว่า 25%

ตลาด motherboard เจอวิกฤตหนักสุดในรอบหลายปี ยอดขายของผู้ผลิตรายใหญ่ทั้ง 4 — Asus, Gigabyte, MSI และ ASRock — ร่วงลงมากกว่า 25% เมื่อเทียบปีต่อปี ตามรายงานจาก Digitimes เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2026

สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะบอร์ดผลิตไม่ทัน แต่เป็นเพราะ ราคา RAM พุ่งสูงจนคนประกอบ PC ถอดใจ ความต้องการ HBM (High Bandwidth Memory) สำหรับ AI accelerator ดูดซับกำลังผลิตหน่วยความจำไปเกือบหมด ทำให้ RAM สำหรับผู้บริโภคแพงขึ้น สัดส่วนต้นทุนหน่วยความจำในการประกอบ PC เพิ่มจากราว 15% เป็นกว่า 30% ของ BOM ทั้งชุด

เมื่อค่า RAM แพงขนาดนี้ คนก็ไม่อยากประกอบเครื่องใหม่ motherboard เลยขายไม่ออกตามไปด้วย

สถานการณ์ตลาด motherboard ที่ยอดขายร่วงลงกว่า 25% ในปี 2026

ตัวเลขจริง: ทุกแบรนด์โดนหมด

Digitimes รายงานว่าผู้ผลิต motherboard 4 รายใหญ่ปรับลดเป้าการจัดส่งปี 2026 ลงทั้งหมด

Factor AsusGigabyteMSIASRock
ยอดจัดส่ง 2025 15 ล้านแผ่น11.5 ล้านแผ่น11 ล้านแผ่น4.3 ล้านแผ่น
เป้า 2026 10 ล้านแผ่น8–8.5 ล้านแผ่น8.4 ล้านแผ่น2.7 ล้านแผ่น
ลดลง 33%26–30%24%37%

Asus โดนหนักที่สุดในแง่จำนวน — หายไป 5 ล้านแผ่นจากปีก่อน แต่ ASRock โดนหนักสุดในแง่สัดส่วน ลดลงถึง 37% ส่วน Asus ครึ่งแรกของปี 2026 จัดส่งได้แค่ราว 5 ล้านแผ่น ถ้าครึ่งหลังไม่ฟื้นตัวก็จะพลาดเป้า 10 ล้านอีก

MSI ดูเป็นรายที่กระทบน้อยที่สุด ลดลง 24% ซึ่งแม้ไม่ใช่ตัวเลขที่ดี แต่ถือว่ารักษาฐานลูกค้าไว้ได้ดีกว่ารายอื่น

ทำไมคนถึงไม่ซื้อ — ปัญหาคือ RAM ไม่ใช่ตัวบอร์ด

ราคา RAM ที่พุ่งสูงขึ้นจากความต้องการ HBM สำหรับ AI data center

หลายคนอาจคิดว่า motherboard ขายไม่ดีเพราะตัวบอร์ดมีปัญหา แต่จริงๆ ปัญหาอยู่ที่ ต้นทุนรวมของการประกอบ PC ทั้งชุดแพงขึ้นมาก โดยเฉพาะ RAM

Data center ทั่วโลกแย่งซื้อ HBM สำหรับ GPU อย่าง NVIDIA H100/H200 ทำให้โรงงานผลิตหน่วยความจำหันไปทำ HBM แทน DDR5 สำหรับผู้บริโภค ผลที่ตามมาคือ RAM สำหรับ PC ราคาขายปลีกแพงขึ้น 10–20% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

ซ้ำร้าย CPU ก็ขาดแคลนตามไปด้วย Intel และ AMD มี lead time ยาวขึ้นจากเดิม 2 สัปดาห์ เป็นต้องรอนานถึง 6 เดือน เพราะทั้งสองบริษัทหันไปผลิตชิปสำหรับ AI มากขึ้น

เมื่อ RAM แพง CPU หายาก คนก็ไม่มีเหตุผลจะซื้อ motherboard — ซื้อไปก็ไม่มีของเสียบ

สิ่งที่ต่างจากวิกฤตชิปยุค COVID

วิกฤตครั้งนี้ต่างจากยุค COVID อย่างสิ้นเชิง ยุค 2020–2021 คนแย่งกันซื้อทุกอย่าง สต็อกหมด ราคาพุ่ง เพราะทุกคนอยากได้แต่ของไม่มี แต่ตอนนี้ motherboard สต็อกมี แต่คนไม่ซื้อ เพราะอุปกรณ์อื่นที่ต้องใช้ร่วมกันแพงเกินไป

ผู้ผลิตเจอปัญหาซ้ำสอง — ต้องลดการผลิตเพราะขายไม่ออก แถมต้นทุนวัตถุดิบก็สูงขึ้นจาก memory price ที่ส่งผลต่อ onboard components

รายงานจาก Tom’s Hardware ชี้ว่า 60% ของเกมเมอร์ PC ไม่มีแผนจะประกอบเครื่องใหม่ภายใน 2 ปีข้างหน้า ตัวเลขนี้สูงผิดปกติ สะท้อนว่าตลาด DIY PC อาจหดตัวไปอีกนาน

ข้อดีและข้อเสียสำหรับผู้บริโภค

ข้อดี

  • +Motherboard รุ่นเก่าราคาลดลง เพราะร้านค้าต้องระบายสต็อก
  • +ผู้ผลิตแข่งกันออกโปรโมชัน bundle เพื่อกระตุ้นยอดขาย
  • +ถ้ามี RAM กับ CPU อยู่แล้ว ตอนนี้ซื้อบอร์ดเปล่าได้ราคาดี

ข้อเสีย

  • ต้นทุนรวมทั้งชุด (RAM + CPU + board) แพงขึ้น 10–20%
  • CPU lead time ยาวถึง 6 เดือน หาซื้อบางรุ่นยากมาก
  • อนาคตไม่แน่นอน ราคาอาจยังไม่ลงในอีก 1–2 ปี
ชิ้นส่วน PC ที่ได้รับผลกระทบจากราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูง

พูดตรงๆ ตอนนี้ถ้าไม่จำเป็นต้องประกอบเครื่องใหม่ทั้งชุด ก็อย่าเพิ่ง เพราะราคารวมยังไม่คุ้ม ใครที่ใช้ของเก่าได้อยู่แนะนำให้รอดูสถานการณ์อีกสัก 6 เดือน

แต่ถ้ามี RAM กับ CPU พร้อมแล้ว ช่วงนี้กลับเป็นจังหวะดีที่จะซื้อ motherboard เปล่าๆ เพราะร้านกดราคาลงเพื่อระบายสต็อก

ใครควรซื้อตอนนี้ ใครควรรอ

เหมาะกับ

  • คนที่ motherboard เสียหรือต้องเปลี่ยนด่วน — ไม่มีทางเลือก
  • คนที่มี RAM กับ CPU อยู่แล้ว แค่ต้องการเปลี่ยนบอร์ดอย่างเดียว
!

ลองชั่งน้ำหนักดู

  • เกมเมอร์ที่มีงบเผื่อ 20–30% พร้อมรอ CPU lead time ที่อาจนานหลายเดือน
×

ข้ามได้เลย

  • คนงบจำกัดที่คิดจะประกอบเครื่องใหม่ทั้งชุด — รอให้ RAM ลดราคาก่อน

บทสรุป: AI boom กินตลาด DIY PC

สถานการณ์ตลาด motherboard ตอนนี้เป็นผลพวงโดยตรงจาก AI infrastructure boom ที่ดูดซับทรัพยากรการผลิตไป โดยเฉพาะ HBM และกำลังผลิต CPU จนตลาดผู้บริโภคเจอแรงกดดันเต็มๆ ยอดขายร่วงกว่า 25% ทุกแบรนด์ และยังไม่มีสัญญาณว่าจะฟื้นเร็ว

ผมว่าแนวโน้มในปีหน้ายังไม่สดใส เพราะความต้องการ AI infrastructure ยังโตต่อเนื่อง ผู้ผลิตชิปยังคงให้ความสำคัญกับ data center มากกว่า consumer ใครที่ยังไม่จำเป็นต้องอัปเกรด แนะนำให้รอไปก่อนกลางปี 2027 เมื่อกำลังผลิต HBM รุ่นใหม่เริ่มทยอยออกมา ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันต่อราคา DDR5 สำหรับผู้บริโภคลงบ้าง