หน้าแรก / บทความ / AI & LLM
AI & LLM สรุปและวิเคราะห์จากข่าวต้นทาง

วิเคราะห์และรีวิวการพัฒนาเกมดิสนีย์ของ Epic Games ด้วย AI

Epic Games ผลักดันการใช้ AI สร้างโค้ดและงานศิลป์สำหรับเกมดิสนีย์ที่ยังไม่เปิดตัว ซึ่งเลื่อนจากกำหนดเดิมและอยู่ระหว่างการพัฒนาแบบเร่งด้วย AI

วิเคราะห์และรีวิวการพัฒนาเกมดิสนีย์ของ Epic Games ด้วย AI

Epic Games กำลังให้ทีมพัฒนาเกม Disney ที่ยังไม่ประกาศชื่อใช้แนวทาง “AI-accelerated development” โดยเน้นเครื่องมืออย่าง Anthropic’s Claude เพื่อช่วยทำโค้ดและงานศิลป์ เกมนี้ถูกเลื่อนจากช่วงเปิดตัวเดิมในเดือนมีนาคม

แนวทางนี้ไปไกลกว่าการใช้ AI เป็นตัวช่วย เพราะทีมได้รับคำสั่งว่า “No more hand-written code” และงานศิลป์จะใช้ “full AI workflows” ทั้งหมด ถ้าทำได้จริง เกมนี้อาจเป็นตัวอย่างสำคัญว่า AI จะเข้ามาเปลี่ยนกระบวนการสร้างเกมอย่างไร

เมื่อ AI กลายเป็นคนเขียนเกมแทบทั้งหมด

แนวคิดการใช้ AI เร่งพัฒนาโค้ดและงานศิลป์ในเกม Disney ของ Epic Games

ถ้าเกมหนึ่งให้ AI เป็นแกนกลางตั้งแต่โค้ดไปจนถึงงานศิลป์ คนเล่นควรถามว่าเรากำลังเล่นเกมที่สร้างโดยทีมพัฒนา หรือผลลัพธ์จาก workflow ของ AI กันแน่?

รายงานระบุว่าผู้กำกับสั่งทีมว่า “No more hand-written code” พร้อมให้ใช้ AI tools อย่าง Anthropic’s Claude มากขึ้น ขณะเดียวกัน งานศิลป์ทั้งหมดจะทำผ่าน “full AI workflows” ซึ่งสะท้อนว่า Epic กำลังขยับจาก AI ที่ช่วยงาน ไปสู่กระบวนการพัฒนาที่ให้ AI รับภาระหลักมากขึ้น.

เกม Disney นี้อยู่ตรงไหนในแผนของ Epic

เกมยิงที่ยังไม่เปิดตัวซึ่งรวมตัวละครจาก Marvel และ Star Wars ในความร่วมมือระหว่าง Epic และ Disney

เกมที่ยังไม่เปิดตัวนี้เป็นเกมยิงที่รวมตัวละครจาก Marvel และ Star Wars เข้าด้วยกัน จึงอยู่ในความร่วมมือหลายปีระหว่าง Epic กับ Disney ไม่ใช่โปรเจกต์แยกเดี่ยวของ Epic

ความร่วมมือนี้มีน้ำหนักทางธุรกิจชัดเจน เพราะ Disney ลงทุนใน Epic มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ทำให้เกมนี้เป็นอีกชิ้นส่วนสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองบริษัท

จากการพัฒนาแบบเดิมสู่เกมที่ขับเคลื่อนด้วย AI

Epic เปลี่ยนจากแนวทางที่มี “การเขียนโค้ดด้วยมือ” ไปสู่คำสั่งแบบ “AI-first” โดยให้ทีมใช้เครื่องมืออย่าง Anthropic’s Claude มากขึ้น รายละเอียดว่า AI ช่วยลดเวลาได้เท่าไร หรือเกมจะเสร็จเร็วขึ้นแค่ไหน ยังไม่มีการเปิดเผย

Factor เขียนโค้ดด้วยมือAI-first development
แนวทางโค้ด มีการเขียนโค้ดด้วยมือ“No more hand-written code”
เครื่องมือ ไม่ระบุเช่น Anthropic’s Claude
งานศิลป์ ไม่ระบุสร้างด้วย full AI workflows
เป้าหมาย ไม่ระบุพัฒนาให้ได้ของมากขึ้นและดีขึ้น

AI จะเปลี่ยนประสบการณ์การทำเกมตรงไหนบ้าง

  • ทีมพัฒนาถูกกำหนดให้ใช้ Anthropic’s Claude มากขึ้น เพื่อช่วยทำเกมให้เสร็จตามเป้าหมาย

  • งานเขียนโค้ดอาจเปลี่ยนจากการลงมือเขียนเองเป็นแนวทาง “No more hand-written code” ตามข้อความที่ส่งถึงทีมงาน

  • งานศิลป์ของเกมถูกวางแผนให้สร้างผ่าน full AI workflows ซึ่งหมายถึง AI เข้ามาอยู่ในกระบวนการผลิตโดยตรง

  • Epic ต้องการให้ทีมต่างๆ ใช้ประโยชน์จาก AI ผ่าน Unreal เพื่อสร้างผลงานให้ได้มากขึ้นและดีขึ้น โดยยังไม่สรุปว่า AI จะทำแทนทุกขั้นตอนทั้งหมด

Epic ไม่ใช่บริษัทเดียวที่กำลังเร่งใช้ AI

Epic เดินหน้า “AI-accelerated development” สำหรับเกม Disney ที่ยังไม่ประกาศชื่อ ขณะที่ Meta และ Google ก็มีเครื่องมือด้านการพัฒนาเกมด้วย AI เช่นกัน แต่ข้อมูลต้นทางยังไม่พอจะตัดสินว่าใครมีฟีเจอร์ ประสิทธิภาพ หรือคุณภาพดีกว่า

Factor EpicMeta และ Google
จุดยืน ผลักดันการพัฒนาเกมด้วย AIกำลังพัฒนาเครื่องมือเกมด้วย AI
รายละเอียดฟีเจอร์ มีข้อมูลบางส่วนจากแผนงานเกม Disneyข้อมูลต้นทางไม่ได้ระบุรายละเอียด
ประสิทธิภาพและคุณภาพ ยังไม่มีข้อมูลพอสำหรับตัดสินยังไม่มีข้อมูลพอสำหรับตัดสิน

ดังนั้นประเด็นสำคัญตอนนี้ไม่ใช่การจัดอันดับบริษัท แต่คือ AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำเกมในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

จุดแข็งและคำถามใหญ่ที่ยังไม่มีคำตอบ

Epic บอกว่า AI จะช่วยให้ทุกทีมสร้างผลงานได้ “มากขึ้นและดีขึ้น” และนำเครื่องมืออย่าง Claude มาเร่งการทำโค้ดกับงานศิลป์ของเกม Disney

ข้อดี

  • +เร่งการทำโค้ดและงานศิลป์ด้วย AI
  • +เปิดทางให้ทุกทีมสร้างผลงานได้มากขึ้นและดีขึ้น

ข้อเสีย

  • −เกมถูกเลื่อนจากช่วงเปิดตัวเดิมในเดือนมีนาคม
  • −ทีมถูกสั่งให้ใช้ AI-first และไม่มีโค้ดที่เขียนด้วยมืออีกต่อไป
  • −Epic ลดพนักงานมากกว่า 1,000 คน หลังการมีส่วนร่วมกับ Fortnite ลดลงตั้งแต่ 2025

คำถามใหญ่คือ AI จะช่วยให้เกมออกมาดีขึ้นจริงไหม เพราะตอนนี้ยังไม่มีเกมให้ประเมินผลงาน และยังไม่เห็นผลกระทบต่อทีมพัฒนาอย่างชัดเจน

ราคาที่ไม่ได้อยู่บนป้ายของ AI-accelerated development

Epic ไม่ได้เปิดเผยต้นทุนของการย้ายทีมและปรับ workflow เพื่อเร่งใช้ AI ขณะเดียวกัน เกมก็เลื่อนจากกำหนดวางจำหน่ายเดิมในเดือนมีนาคม ทำให้คำว่า “เร่ง” ยังไม่เท่ากับส่งเกมได้เร็วขึ้นจริง

บริบทนี้ยังเกิดหลัง Epic เลิกจ้างพนักงานมากกว่า 1,000 คน ท่ามกลางการมีส่วนร่วมกับ Fortnite ที่ลดลงตั้งแต่ 2025 จึงยากจะแยกผลของ AI ออกจากการปรับโครงสร้างบริษัทได้ชัดเจน

ข้อดี

  • +อาจช่วยให้ทีมสร้างงานได้มากขึ้นตามเป้าหมายของ Epic
  • +เปิดทางให้ทุกทีมใช้ AI ในการพัฒนา

ข้อเสีย

  • −ต้องย้ายทีมและปรับวิธีทำงาน แต่ต้นทุนยังไม่ถูกเปิดเผย
  • −เกมเลื่อนกำหนด ขณะที่ผลต่อทีมยังประเมินไม่ได้

เมื่อ AI อาจกลายเป็นมาตรฐานของการผลิตเกม

Tim Sweeney ผลักดันให้ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตเกมทั่วไปในอนาคต

Tim Sweeney มองว่า AI จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับการผลิตเกมในอนาคตเกือบทั้งหมด จึงผลักดันให้ Steam ยกเลิกป้าย “made with AI” เพราะมองว่า AI จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างเกมทั่วไป

แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางของ Epic ที่ต้องการให้ทีมพัฒนาใช้ AI เพื่อสร้างผลงาน “มากขึ้นและดีขึ้น” คำถามคือ เกม Disney ที่กำลังพัฒนาจะพิสูจน์คำมั่นนี้ได้จริงหรือไม่?